รีเซต

เผยโฉม Vectis โดรนรบ AI ล่องหนสุดล้ำจาก Lockheed Martin

เผยโฉม Vectis โดรนรบ AI ล่องหนสุดล้ำจาก Lockheed Martin
TNN ช่อง16
15 กันยายน 2569 ( 16:12 )
4

วันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ทีมงานสกันก์เวิร์กส (Skunk Works) บริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) สหรัฐอเมริกา ได้เผยโฉมแบบจำลองขนาดเท่าของจริงของ เวกติส (Vectis) อากาศยานรบไร้คนขับร่วมปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ ในงานประชุมการบิน อวกาศ และไซเบอร์ ประจำปี 2026 

โดยอากาศยานรุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้มีความสามารถในการหลบเลี่ยงการตรวจจับระดับสูง พร้อมสร้างความได้เปรียบทางยุทธการในสมรภูมิร่วมกับเครื่องบินรบมีนักบิน ขณะนี้การสร้างเครื่องต้นแบบลำแรกกำลังดำเนินไปตามแผน

แผนการพัฒนาถูกวางเป้าหมายให้เวกติส (Vectis) ทะยานสู่ท้องฟ้าเป็นครั้งแรกภายในสิ้นปี 2027 ทั้งนี้ชื่อของอากาศยานมาจากภาษาละตินที่หมายถึงคานงัด ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องมือในการเพิ่มศักยภาพการรบของกองทัพ 

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้อนุมัติงบประมาณภายในเพื่อสร้างเครื่องต้นแบบเพิ่มเติมอีกสี่ลำ รวมเป็นห้าลำ เพื่อเร่งกระบวนการทดสอบและการพัฒนาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

⬛️ ดีไซน์สเตลธ์ไร้แพนหางและนวัตกรรมช่องดักอากาศจมลึก

โครงสร้างภายนอกของเวกติส มีความยาวประมาณ 34 ฟุต และมีระยะระหว่างปลายปีกประมาณ 38 ฟุต ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเครื่องบินฝึกเจ็ทแบบ T-45 กอสฮอว์ก อากาศยานรุ่นนี้ถือเป็นโดรนรบสเตลธ์แบบไร้แพนหางรุ่นแรกจากผู้ผลิตของสหรัฐอเมริกา ตัวเครื่องใช้รูปแบบปีกแลมบ์ดา มีเส้นสันข้างบริเวณส่วนหน้า และรูปทรงจมูกเครื่องแบบพลากว้างเพื่อผลทางอากาศพลศาสตร์

จุดเด่นทางวิศวกรรมที่สำคัญ คือ การออกแบบช่องดักอากาศด้านบนลำตัวแบบจมลึก ซึ่งซ่อนอยู่หลังช่องเว้าทรงตัววีด้านบนลำตัว โครงสร้างดังกล่าวช่วยลดแรงต้านอากาศด้านหน้า ยืดระยะทางการบิน และช่วยลดสัญญาณเรดาร์ด้านหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ตำแหน่งช่องดักอากาศด้านบนยังช่วยป้องกันเศษวัสดุแปลกปลอมถูกดูดเข้าสู่เครื่องยนต์ ขณะปฏิบัติการในทางวิ่งชั่วคราวตามแนวคิดการวางกำลังทางอากาศแบบยืดหยุ่น

⬛️ ระบบอาวุธภายในตัวเครื่อง เซนเซอร์ และระบบปัญญาประดิษฐ์ AI

เวกติส (Vectis) ถูกวางตัวให้รองรับภารกิจที่หลากหลาย ทั้งการรบทางอากาศและการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน ตัวเครื่องมีห้องเก็บอาวุธภายในที่สามารถบรรทุกจรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศระยะปานกลาง AIM-120 และระเบิดนำวิถี GBU-53/B สตอร์มเบรคเกอร์ ได้อย่างมิดชิด 

บริเวณด้านล่างส่วนหัวติดตั้งชุดเซนเซอร์ตรวจจับระบบอินฟราเรดและออปทรอนิกส์ในฝาครอบเหลี่ยมมุมสเตลธ์ ในส่วนของระบบควบคุม ได้เลือกใช้สถาปัตยกรรมระบบแบบเปิด เพื่อให้รองรับการอัปเกรดซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ในอนาคตได้อย่างสะดวก 

สำหรับระบบปฏิบัติการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับข้อมูลการทดสอบจากการสกัดกั้นทางอากาศอัตโนมัติของเครื่องบินทดสอบ เอ็กซ์-62 เอ ทำให้สามารถรับคำสั่งและเชื่อมต่อการทำงานกับนักบินบนเครื่องบินรบ F-35 และ F-22 ผ่านหน้าจอสัมผัสภายในห้องนักบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

⬛️ การพัฒนารวดเร็วด้วยวิศวกรรมดิจิทัลและการผลิตยุคใหม่

ทีมงานสกันก์เวิร์กส (Skunk Works) ได้นำระบบวิศวกรรมดิจิทัลและกระบวนการผลิตขั้นสูงมาใช้ขับเคลื่อนโครงการอย่างเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่เริ่มวาดแบบร่างขั้นแรกไปจนถึงการนำโมเดลเข้าทดสอบในอุโมงค์ลม ใช้เวลาไม่ถึง 2 เดือน การสร้างแบบจำลองดิจิทัลสมบูรณ์แบบใช้เวลา 6 เดือน และสามารถส่งชิ้นส่วนแรกเข้าสู่สายการผลิตได้ใน 8 เดือน กระบวนการทั้งหมดดำเนินไปบนสภาพแวดล้อมดิจิทัลแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการบำรุงรักษา 

นอกจากนี้ ยังได้นำเทคนิคการประกอบแบบลดการใช้เครื่องยึดจับมาใช้ ซึ่งช่วยลดชั่วโมงแรงงานในการประกอบตัวเครื่องลงได้ถึงร้อยละ 80 แนวคิดนี้คล้ายกับการประกอบชิ้นส่วนน็อกดาวน์ที่รวดเร็ว ลดความซับซ้อนของชิ้นส่วน และช่วยควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ 

⬛️ การแข่งขันในตลาดโดรนรบและการตอบสนองต่อภัยคุกคาม

อาจกล่าวได้ว่า เวกติส (Vectis) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในสมรภูมิยุคใหม่ที่ต้องการอากาศยานไร้คนขับที่มีความทนทานสูงและสามารถรอดพ้นจากการถูกทำลาย แม้ว่าสกันก์เวิร์กส จะเคยพลาดการคัดเลือกในโครงการระยะแรกของกองทัพอากาศสหรัฐฯ แต่บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาต่อเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและระดับสากล 

การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันกับมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซียที่กำลังเร่งพัฒนาอากาศยานไร้คนขับทรงปีกบิน ทางบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) เชื่อมั่นว่าเวกติส เป็นระบบอาวุธที่สมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านการออกแบบ โครงสร้างระบบแบบเปิด และการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบทางยุทธการในอนาคตได้อย่างยั่งยืน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง