รีเซต

1 เมษา วันโกหก เปิดข้อมูลจริง คนไทยแชร์ก่อนเช็กสูง

1 เมษา วันโกหก เปิดข้อมูลจริง คนไทยแชร์ก่อนเช็กสูง
TNN ช่อง16
1 เมษายน 2569 ( 09:44 )
13

วันที่ 1 เมษายนของทุกปี หรือ “วันโกหก” เป็นช่วงที่เนื้อหาประเภทเรื่องแต่ง มุกล้อเลียน และข้อมูลไม่จริงถูกผลิตและเผยแพร่มากกว่าปกติบนโซเชียลมีเดีย แต่ในเชิงข้อมูล พฤติกรรมการแชร์โดยไม่ตรวจสอบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันดังกล่าว หากเกิดขึ้นต่อเนื่องในชีวิตประจำวันของผู้ใช้จำนวนมาก

ข้อมูลจากแคนาดาระบุว่า ประชาชนประมาณ 14% หรือเกือบ 1 ใน 7 ยอมรับว่าเคยแชร์ข้อมูลออนไลน์โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้องภายในรอบ 12 เดือน ขณะที่ผลสำรวจในสหรัฐฯ พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 56% เคยแชร์ข่าวหรือเนื้อหาการเมือง แต่มีไม่ถึงครึ่งที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกครั้ง และราวหนึ่งในหกระบุว่าแทบไม่เคยตรวจสอบเลย

การวิเคราะห์ข้อมูลบนแพลตฟอร์ม Facebook จำนวนประมาณ 35 ล้านโพสต์ในช่วงปี 2017–2020 พบรูปแบบพฤติกรรมที่ชัดเจน ลิงก์ข่าวราว 75% ถูกแชร์ต่อโดยผู้ใช้ที่ไม่ได้คลิกเข้าไปอ่านเนื้อหา การตัดสินใจแชร์จึงเกิดจากพาดหัวหรือข้อความสั้นเป็นหลัก ไม่ใช่ข้อมูลฉบับเต็ม

งานวิเคราะห์เชิงสถิติบางชุดยังประเมินว่า มากกว่า 80–85% ของข่าวปลอมถูกกระจายโดยผู้ใช้ที่ไม่ได้ตรวจสอบแหล่งข้อมูลก่อน ส่งผลให้โครงสร้างการแพร่กระจายของ misinformation ขึ้นอยู่กับ “ผู้ใช้ทั่วไป” มากกว่าผู้ผลิตเนื้อหาเพียงอย่างเดียว

ในด้านพฤติกรรมมนุษย์ งานวิจัยในวารสาร Science ระบุว่า เนื้อหาที่เป็นข้อมูลผิดมักถูกออกแบบให้กระตุ้นอารมณ์ เช่น ความโกรธ ความกลัว หรือความตกใจได้สูงกว่าข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะ “ความโกรธ” มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการตัดสินใจแชร์ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้อ่านเนื้อหาทั้งหมด

งานวิจัยด้านจิตวิทยาการรับรู้ยังพบว่า ผู้ใช้จำนวนมากให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึกว่าเนื้อหานั้นจริง” มากกว่าการตรวจสอบจริง หากเนื้อหาสอดคล้องกับความเชื่อเดิม หรือจุดยืนทางสังคมและการเมืองของตนเอง จะมีแนวโน้มถูกแชร์สูงขึ้น แม้ไม่มีหลักฐานยืนยัน

อีกปัจจัยสำคัญคือ “social media fatigue” หรือความล้าจากการใช้งานโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ทำให้การประมวลผลข้อมูลลดลง ผู้ใช้ใช้เวลาในการตัดสินใจสั้นลง และมีแนวโน้มแชร์ข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบมากขึ้น การเลื่อนฟีดต่อเนื่องจึงทำให้พฤติกรรมการแชร์กลายเป็นการตอบสนองแบบอัตโนมัติ

ในบริบทไทย งานวิจัยเกี่ยวกับการแชร์ข้อมูลสุขภาพในช่วงโควิด-19 พบว่า ข่าวปลอมถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น ทฤษฎีสมคบคิด ข้อมูลวิทยาศาสตร์เทียม โฆษณาเกินจริง และข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการแชร์ไม่ใช่ความเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความกังวล ความไม่แน่นอน และแรงจูงใจในการช่วยเหลือผู้อื่น

ผู้ให้ข้อมูลจำนวนหนึ่งยอมรับว่าไม่ได้มั่นใจว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง แต่เลือกแชร์เพราะคิดว่า “เผื่อมีประโยชน์” หรือ “แชร์ตามกัน” พฤติกรรมลักษณะนี้ทำให้ข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบถูกขยายวงอย่างต่อเนื่องในสังคม

งานทดลองด้านการลด misinformation พบว่า การเตือนให้ผู้ใช้คิดถึงความถูกต้องของข้อมูลก่อนแชร์ หรือที่เรียกว่า “accuracy nudge” สามารถลดความตั้งใจในการแชร์ข้อมูลเท็จได้อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าวและพฤติกรรมของผู้ใช้อื่น ก็มีผลต่อการตัดสินใจเช่นกัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง