“Meta” เจอศาลแคลิฟอร์เนียฟ้องฐานปล่อย “โฆษณาปลอม” ระบาด แลกรายได้พันล้าน

เทศมณฑลในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซานตา คลารา เคาน์ตี้ (Santa Clara County) ได้เปิดฉากฟ้องร้องยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง เมตา (Meta) ต่อศาลชั้นต้นของรัฐ โดยกล่าวหาว่าบริษัทจงใจปล่อยให้โฆษณาหลอกลวงแพร่ระบาดบนแพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก (Facebook) และ อินสตาแกรม (Instagram) มานานหลายปี เพื่อกอบโกยกำไรมหาศาล โดยไม่สนใจมาตรการป้องกันที่เข้มงวด
คำฟ้องระบุว่า Meta ละเมิดกฎหมายการโฆษณาที่เป็นเท็จ และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยข้อมูลส่วนหนึ่งอ้างอิงจากเอกสารภายในที่หลุดออกมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าบริษัทอาจมีรายได้สูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือราว 230,000 ล้านบาทต่อปี จากโฆษณาที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีสัญญาณของการฉ้อโกงอย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ของเคาน์ตี้ระบุว่า แทนที่ Meta จะกำจัดมิจฉาชีพเหล่านี้อย่างจริงจัง บริษัทกลับสร้างแนวทางปฏิบัติภายใน ที่จำกัดการปราบปรามโฆษณาปลอม หากมาตรการเหล่านั้น เริ่มส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัท
ประเด็นที่น่าสนใจในคำฟ้องนี้คือการระบุว่า ระบบโฆษณาของ Meta มีส่วนช่วยขยายวงกว้างของการฉ้อโกง เช่น ยอมให้เกิดบัญชีพิเศษ ให้คนกลางขายบัญชีโฆษณาที่ได้รับการคุ้มครอง ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งบัญชีเหล่านี้จะถูกตรวจสอบน้อยกว่าปกติ ทำให้การหลอกลวงทำได้ง่ายขึ้น
หรือการใช้อัลกอริทึมเจาะกลุ่มเป้าหมาย ส่งโฆษณาหลอกลวงไปยังผู้ใช้งานที่เคยหลงเชื่อหรือมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาต้องสงสัยมาก่อน และอ้างว่ามีการใช้ AI ช่วยสร้างสื่อเนื้อหาโฆษณาปลอม ที่ทำได้อย่างแนบเนียน
อย่างไรก็ตามด้าน Meta ออกมาสู้กลับคำกล่าวหานี้อย่างเต็มที่ โดยโฆษกของ Meta ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาในลักษณะนี้ และยืนยันว่าบริษัทเดินหน้าปราบปรามการฉ้อโกงอย่างเข้มงวด เนื่องจากทั้งผู้ใช้งานและผู้โฆษณาที่ถูกกฎหมายต่างก็ไม่ต้องการเนื้อหาเหล่านี้ และความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์มคือหัวใจสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญ
การฟ้องร้องในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในการเอาผิดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลก โดยซานตาคลาราเคาน์ตี้ตั้งเป้าเรียกคืนค่าเสียหาย ค่าปรับทางแพ่ง และขอคำสั่งศาลเพื่อให้ Meta ยุติพฤติกรรมดังกล่าวทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
