รีเซต

“โดรนเป่าลม” ทรง “Baymax” บินอึด 10 ชม. ปฏิวัติการตรวจท่อส่งน้ำมัน

“โดรนเป่าลม” ทรง “Baymax” บินอึด 10 ชม. ปฏิวัติการตรวจท่อส่งน้ำมัน
TNN ช่อง16
10 สิงหาคม 2569 ( 12:36 )
1

ปัจจุบันปัญหาใหญ่ของการตรวจเช็กท่อส่งน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานยาวหลายพันกิโลเมตร คือการเลือกใช้พาหนะที่คุ้มค่า เพราะโดยปกติแล้วการใช้เครื่องบินมีราคาสูงทั้งค่าบำรุงรักษาและต้องการรันเวย์ขนาดใหญ่ ส่วนเฮลิคอปเตอร์แม้จะขึ้นลงแนวตั้งได้ แต่ก็แลกมาด้วยค่าลูกเรือ ค่าน้ำมันที่แพงมหาศาล และเจอปัญหาขาดแคลนนักบินจนต้องยกเลิกไฟลต์สูงถึงร้อยละ 25 โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 2,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง หรือราว 82,400 บาทต่อชั่วโมง

แก้ปัญหาต้นทุนการส่งโดรนบินสำรวจระยะไกล

เพื่อแก้ปัญหานี้ เซเลสต์ อีโคฟลายเยอร์ (Celeste Ecoflyers)  สตาร์ตอัปจากฝรั่งเศส จึงได้พัฒนา แดสเท็น (dAS10) โดรนปีกตรึงแบบเป่าลม (Inflatable fixed-wing drone) ที่มีรูปลักษณ์ผสมผสานระหว่างเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน และดูคล้ายกับลักษณะของตัวละคร เบย์แมกซ์ (Baymax) จากภาพยนตร์แอนนิเมชันเรื่อง บิ๊ก ฮีโร ซิกส์ (Big Hero 6)

จุดเด่นของโดรน แดสเท็น (dAS10) อยู่ที่โครงสร้างปีกแบบเป่าลม ทำจากผ้าสิ่งทออัดความดันแทนที่โครงสร้างแข็งแบบเดิม ทำให้สามารถจัดเก็บในรูปแบบแบน พกพาสะดวก เป่าลมพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ลูกเรือกลุ่มใหญ่ ทั้งยังซ่อมแซมได้ง่ายในพื้นที่จริง ตัวลำอาศัยแรงยกทางอากาศพลศาสตร์ ไม่ใช่การลอยตัวแบบบอลลูนหรือเรือบิน (Blimp) 

สมรรถนะในการบินที่ไม่ธรมดา

ในด้านสมรรถภาพ โดรนลำนี้ สามารถบินสำรวจแบบอัตโนมัติด้วยความเร็วเดินทาง 60–80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บินได้นานต่อเนื่องเกิน 10 ชั่วโมงต่อการขึ้นบินหนึ่งครั้ง และรองรับน้ำหนักบรรทุก (Payload) ได้สูงสุด 5 กิโลกรัม เหมาะสำหรับการสอดส่องระยะต่ำและการส่งสัญญาณเชื่อมต่อ โดยทางบริษัทมีแผนจะเริ่มทดสอบโดรนเชิงพาณิชย์ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 โดยเน้นกลุ่มลูกค้าผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐาน ท่อส่งพลังงาน สายส่งไฟฟ้า รวมถึงระบบโลจิสติกส์และการตรวจการณ์ทางทะเล 

การเติบโตของเทคโนโลยีนี้ ยังได้รับอานิสงส์จากกฎหมายยุโรปฉบับใหม่ที่อนุญาตให้โดรนไร้คนขับบินได้ไกลขึ้น ประกอบกับความก้าวหน้าของวัสดุโครงสร้างอัดลม ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่า ความปลอดภัย และความยั่งยืนในยุคปัจจุบันอย่างลงตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง