คดีล่วงละเมิดเด็กบนโลกออนไลน์ที่เยอรมนีพุ่งสูง แม้เป็นภาพทารก ก็ยังถูกคุกคาม

รายงานล่าสุดจาก Jugendschutz.net องค์กรที่รัฐบาลเยอรมนีสนับสนุนเพื่อดูแลความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนบนโลกออนไลน์ ระบุว่า ความพยายามในการควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ผ่านมา แทบยังไม่สามารถปกป้องเด็กจากอันตรายบนอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หนึ่งในตัวอย่างที่รายงานยกขึ้นมา คือ ภาพของทารกที่กำลังนอนหลับอย่างสงบ ถูกโพสต์โดยอินฟลูเอนเซอร์บนอินสตาแกรม ภาพลักษณะนี้พบเห็นได้ทั่วไปในโลกออนไลน์ พ่อแม่จำนวนมากมักแชร์ช่วงเวลาส่วนตัวและน่าประทับใจของลูก เพื่อแลกกับยอดไลก์ ความสนใจ และผู้ติดตามจำนวนมาก
แต่สิ่งที่ดูอบอุ่นเหล่านี้ กลับมีอีกด้านที่น่ากังวล เนื่องจากภาพเด็กที่เปิดให้สาธารณะเข้าถึงได้ มักถูกนำไปคัดลอก ดัดแปลง ตัดต่อ หรือใช้ในบริบทที่ไม่เหมาะสม บางครั้งยังถูกใช้เพื่อกลั่นแกล้ง หรือมีการแสดงความคิดเห็นเชิงคุกคามทางเพศ แม้แต่ในกรณีของภาพทารกที่กำลังหลับ ก็ยังพบคอมเมนต์ลักษณะดังกล่าว
รายงานประจำปี 2025 ของ Jugendschutz.net ระบุว่า มีการตรวจพบกรณีเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ความเกลียดชัง และความรุนแรงบนโลกออนไลน์มากกว่า 15,000 กรณี โดยองค์กรแห่งนี้ทำหน้าที่รับแจ้งเหตุละเมิดกฎหมายคุ้มครองเยาวชน รวมถึงตรวจสอบแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยตนเอง ก่อนประสานไปยังบริษัทเจ้าของแพลตฟอร์มและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งแพลตฟอร์มที่ถูกตรวจสอบมีตั้งแต่ TikTok, YouTube, Instagram, Snapchat, Discord, WhatsApp
จากข้อมูลทั้งหมดที่บันทึกในปี 2025 พบว่า
- 93% เป็นกรณีความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก
- 4% เกี่ยวข้องกับแนวคิดหัวรุนแรงทางการเมือง
- อีกจำนวนมากเป็นข้อความเกลียดชังและจินตนาการรุนแรงที่พุ่งเป้าไปยังผู้หญิงและเด็กผู้หญิง
รายงานยังเตือนถึง “Spotify” ซึ่งเดิมถูกมองว่าเป็นเพียงบริการสตรีมเพลง แต่ปัจจุบันกลับถูกใช้เผยแพร่เพลงแนวขวาจัด เนื้อหาความรุนแรงเชิงเพศต่อเยาวชน รวมถึงเพลย์ลิสต์ที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายตัวเองหรือการฆ่าตัวตายมากขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ ปัญหายังรุนแรงขึ้นจากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วย รายงานยังชี้ว่า ระบบกรองเนื้อหาและมาตรการความปลอดภัยของหลายแพลตฟอร์มยังมีช่องโหว่ร้ายแรง โดยเฉพาะระบบจำกัดอายุที่สามารถหลบเลี่ยงได้ง่าย
แม้สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้กฎหมาย Digital Services Act (DSA) ตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องออกแบบบริการให้ปลอดภัยต่อเด็ก เช่น ตั้งค่าโปรไฟล์เยาวชนเป็นส่วนตัวโดยอัตโนมัติ และปรับอัลกอริทึมเพื่อลดเนื้อหาที่กระตุ้นการเสพติด แต่ปัญหาก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน สหภาพยุโรปกำลังพัฒนากฎหมายใหม่ชื่อ Digital Fairness Act เพื่อควบคุม “การออกแบบที่สร้างพฤติกรรมเสพติด” และจำกัดการใช้ AI บนโซเชียลมีเดียเพิ่มเติม โดยหนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่สุดคือ “การยืนยันอายุผู้ใช้งาน” ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีวิธีที่ป้องกันการหลีกเลี่ยงได้จริง
แม้ออสเตรเลียจะเริ่มใช้กฎหมายจำกัดอายุผู้ใช้โซเชียลมีเดียตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 แต่ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจน โดยการศึกษาระยะแรกพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมากกว่าครึ่ง ยังคงใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้อยู่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
