NRF หุ้นเทคโนอาหาร แรงเทียบชั้นระดับโลก

NRF หุ้นเทคโนอาหาร แรงเทียบชั้นระดับโลก
ทันหุ้น
9 ตุลาคม 2563 ( 07:45 )
514
NRF หุ้นเทคโนอาหาร แรงเทียบชั้นระดับโลก

ทันหุ้น-สู้โควิด- วันที่รอคอย NRF หุ้นเทคโนโลยีอาหารได้ฤกษ์เข้าเทรดวันนี้ ผู้บริหารชี้เป็นจุดเริ่มต้นโตแรง วางเพิ่มกำลังผลิตรองรับอนาคตเพียบ แถมลุยปั้นสตาร์อัพส่งออเดอร์ วงการเทียบ Beyond Meat ชี้โลกให้ค่า มองเติบโตกระฉูดเท่าตัวปีหน้า เฉลี่ย 3 ปีโตไม่ต่ำกว่าปีละ 50% โบรกชี้เคาะเป้าเบาๆ 8 บาท พีอี 66 เท่า ถูกกว่า Beyond Meat อื้อ ระบุหุ้นเติบโตมองแค่พีอีไม่ได้

 

จับตาการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันแรกของหุ้น “บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)” หรือ NRF บริษัทเทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต ที่มีไลน์ธุรกิจ โปรตีนจากพืช และกำลังถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Beyond Meat หุ้นเนื้อจากพืชที่เทรดในกระดานหุ้นสำหรัฐ  ซึ่งนักลงทุนให้ค่าการเติบโตจน PEทะยานขึ้นไปในระดับ 290 เท่า  โดย NRF ได้เปิดจองซื้อหุ้น IPO จำนวนทั้งสิ้น 340 ล้านหุ้น สัดส่วน 25.08%ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทฯ ราคาเสนอขายหุ้นละ 4.60 บาท

 

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF มั่นใจว่า การเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของ NRF จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี เนื่องจาก บริษัทมีจุดเด่นด้านการเป็นธุรกิจเทคโนโลยีอาหาร มีแนวคิดด้านการเป็นผู้บุกเบิก ดังนั้นการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตอีกมากในอนาคต

 

สำหรับธุรกิจของบริษัทนั้นแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกันประกอบด้วย 1.ธุรกิจ Ethnic Food อาทิ ผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป อาหารปรุงพร้อมรับประทาน 2.ธุรกิจ Plant-Based Food หรือ โปรตีนจากพืช อาทิ เนื้อจากพืช บุก. ธุรกิจ Functional Products หรือ ธุรกิจผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

 

@ขยายกำลังผลิตพรึบ

 

บริษัทฯ วางแผนขยายการลงทุนในปี 2563-2565 คาดจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,068 ล้านบาท แบ่งเป็น การลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Ethnic Food มูลค่าเงินลงทุนรวม 270 ล้านบาท โดยจะเข้าซื้อหุ้นที่เหลือของ City Food รวมเป็น 100% และเพิ่มกำลังการผลิตอีก 35% จากปัจจุบันมีกำลังผลิต 19,000 ตันต่อปี

 

การลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Plant-Based Food มูลค่าเงินลงทุนรวม 408 ล้านบาท แบ่งเป็น การสร้างโรงงานผลิตอาหารโปรตีนจากพืชในไทย การเข้าซื้อโรงงานผลิตอาหารโปรตีนจากพืชในอังกฤษและสหรัฐฯ โดยร่วมทุนกับ THE BRECKS COMPANY LIMITED หรือ ‘เบรคส์’ เพื่อจัดตั้งบริษัท Plant and Bean Ltd. ที่ประเทศอังกฤษ ปัจจุบัน NRF ถือหุ้นในสัดส่วน 25% และมีแผนจะลงทุนเพิ่มอีกสัดส่วน 25% รวมเป็น 50% ในปี 2564

 

นอกจากนี้ยังมีการลงทุนเพิ่มในสตาร์ทอัพ Big Idea Venture และ New Protein Fund I เพื่อได้รับโอกาสในการเพิ่มลูกค้าจากความสำเร็จของสตาร์ทอัพ พร้อมทั้งได้รับความรู้และเทคโนโลยีล่าสุดของอุตสาหกรรม และลงทุนในเครื่องจักรผลิตเส้นบุกเครื่องที่ 2 เพื่อขยายกำลังการผลิต คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตได้ในไตรมาส 4/63

 

ขณะที่การลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Functional Products มีแผนร่วมลงทุนเครื่องจักร V-shape อีก 5 เครื่อง มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 90 ล้านบาท หลังบริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญากับ Fluid Energy Group LTD สำหรับผลิตสินค้าฆ่าเชื้อ เพื่อจำหน่ายในประเทศแคนาดา สหรัฐอเมริกา และแถบตะวันออกกลาง และลงทุนใน E-Commerce Platform

 

ร่วมจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อลงทุนใน Consumer Package Goods ในอุตสาหกรรมอาหาร (รวมถึง pet food) ซึ่งแผนการลงทุนดังกล่าวจะช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ คือมียอดขายเพิ่มขึ้นให้ได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2567

 

นางสาววีณา เลิศนิมิตร กรรมการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ยังตอบโจทย์สไตล์ผู้คนยุคใหม่อย่าง Millennial (Gen me) ที่เน้นกินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของ NRF ที่มุ่งเน้นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของโลก อย่างการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ทดแทนด้วยอาหารโปรตีนจากพืช นอกจากนี้ ยังถือเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารแห่งแรกของประเทศไทยที่เป็น Carbon Neutral ทำให้ช่วยเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันในตลาดโลก

 

@เทียบชั้น Beyond Meat

 

ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า NRF เป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูงกว่าธุรกิจอาหารทั่วไป จากแนวโน้มการบริโภคอาหารสุขภาพ และมีความเป็นได้ว่ากำไรจะเติบโตสูงกว่าที่ประเมินไว้ โดยมีจุดเด่น ประกอบด้วย  “1) ธุรกิจอาหารกลุ่ม Ethnic Food” ซึ่งเป็นรายได้หลัก ยังคงเติบโต โดย NRF ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความยืดหยุ่นในการส่งออก Ethnic Food  ไปยัง 25 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2534 มียอดขาย 62% จาก OEM และ 26% จากแบรนด์ตัวเอง ปัจจุบันผลิตสินค้ากลุ่ม 2,000 SKUs และ 500 เมนู และกำลังจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 45% จากการเข้าซื้อกิจการ CityFood  ส่งผลให้จะมียอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว 30% ในปี 2564

 

2 อาหารจากพืช หรือ Plant-Based Foodจะเป็น S-Cure ใหม่โดย NRF เป็น บริษัทจดทะเบียนในประเทศเพียงแห่งเดียว ที่มีโอกาสรับประโยชน์จากกระแสอาหารจากพืชที่มีการเติบโตสูง โดยวางเป้าสัดส่วนรายได้ 30-40% ของยอดขายทั้งหมดภายในปี 2567 จากครึ่งปี 2563 สัดส่วนอยู่ที่ 6.4% นอกจากนี้ NRF ยังจะถือหุ้น 50% ในผู้ผลิตอาหารจากพืช Plant and Bean (สหราชอาณาจักร) ภายในปี 2564, Meatless Farm (UK) และสองสตาร์ทอัพ ด้วย

 

3. NRF ยังมีอีก 2 ธุรกิจใหม่ในปีนี้ คือ  functional productsที่เปิดตัวไปในครึ่งปีแรก2563 และธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่จะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2563 โดยในส่วน functional products นั้น  NRF ได้ร่วมมือกับ V-Shapes และ Fluid Energy Group ออกผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ในแพคเก็จที่พกพาง่าย ใช้สะดวก โดยขายในแคนาดา คูเวต บาเรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ธุรกิจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ได้ร่วมลงทุนในกับ Boostedเพื่อที่จะเสาะหาบริษัทหาอาหารดาวรุ่งและเข้าซื้อหุ้น เพื่อการเติบโตในอนาคต รวมทั้งสามารถส่งออกเดอร์ให้กับบริษัทได้ส่วน โดยตั้งเป้ายอดขายจากธุรกิจออนไลน์ไว้ที่ 30% ของทั้งหมดในช่วง 3 ปี

 

4) รายได้เติบโตอย่างเหนือชั้นพร้อมอัพไซด์ โดยมีการคาดการณ์การเติบโตของกำไรหลัก (EPS) 100% สำหรับปี 2564 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ในช่วง 3 ปีที่ 52% (ปี 2563-2565) ทั้งนี้ NRF ยังมีอัพไซด์เพิ่มอีก หากสามารถทำยอดขายได้ถึง 3 พันล้านบาทภายในปี 2567 จะมีกำไรเพิ่มขึ้นอีก 12% จากประมาณการเดิมของฝ่ายวิจัย โดยบริษัทได้ใช้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นกำไรหลัก 6-11% จากโมเดลของเราต่อปีในช่วงปี 2564-2567 โดย IPO ที่ 4.60 บาท คิดอยู่บนพีอี 39 เท่าในปี 2564 ซึ่งพีอีดังกล่าวเมื่อเทียบกับการเติบโตพบว่ายังถูกเพียงแค่ 0.4 เท่า แนะนำซื้อที่ราคาเป้าหมาย 8 บาท โดยมองว่า ไม่มีคำว่าแพงกับบริษัทแบบนี้ ซึ่งหากเทียบกับเคียงกับ Beyond Meat (BYND US Equity) จะพบว่ามี PER ที่สูง 5 วันก่อนขึ้นจาก 250 เท่า เป็น 290 เท่า สำหรับราคาเป้าหมาย 8 บาทของ NRF อิง PER 66.66 เท่า

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง