รีเซต

NRF ให้กู้เงินราว 1,187.2 ลบ.แก่ TIF ทำธุรกิจ Plant-based ในสหรัฐ, เล็งเข้าซื้อในอนาคต

NRF ให้กู้เงินราว 1,187.2 ลบ.แก่ TIF ทำธุรกิจ Plant-based ในสหรัฐ, เล็งเข้าซื้อในอนาคต
ทันหุ้น
25 เมษายน 2565 ( 10:28 )
289
NRF ให้กู้เงินราว 1,187.2 ลบ.แก่ TIF ทำธุรกิจ Plant-based ในสหรัฐ, เล็งเข้าซื้อในอนาคต

#NRF #ทันหุ้น-บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปร์ดิวซ์ จำกัด(มหาชน) หรือ NRF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า คณะกรรมการบริาทได้อนุมัติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและลงทุนในบริษัท Turtle Island Foods, SPC (TIF) โดยบริษัทจะจัดตั้งบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นที่ประเทศสหรัฐ ซึ่งบริษัทจะถือหุ้น 100% และจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ TIF เป็นเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ไม่เกิน 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1,187.2 ล้านบาท 

 

ทั้งนี้ TIF เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมอาหารโปรตีนจากพืช หรือ Plant-based มีโรงงานการผลิตช่องทางการจัดจำหน่ายและแบรนด์สินค้าที่มียอดขายติดอันดับต้นๆ ในตลาดอุตสาหกรรมอาหารโปรตีนจากพืช ของสหรัฐ และมีโอกาสในการเข้าลงทุนในบริษัท TIF ในอนาคต โดยเงินกู้ยืมดังกล่าว TIF จะนำไปใช้ในการชำระเงินกู้ยืมเดิมจากสถาบันการเงิน และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท TIF 

 

โดยบริษัทสามารถรับรู้รายได้ดอกเบี้ยรับจากการให้ความช่วยเหลือทางการเงินดังกล่าว โดยอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทได้รับสูงกว่าต้นทุนทางการเงินของแหล่งเงินทุนของบริษัท, บริษัทคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารโปรตีนจากพืช มีแนวโน้มที่จะเติบโต ดังนั้นการเข้าทำรายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินดังกล่าว บริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอื่นๆ และเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ TIF ซึ่งมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่หลากหลายในสหรัฐ อีกทั้งการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่าง TIF ยังเพิ่มความสามารถในการผลิตและสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ของบริษัทในระดับสากล 

 

**เล็งจะเข้าลงทุนใน TIF 

 

นอกจากนี้บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสในการลงทุนในธุรกิจอาหารโปรตีนจากพืช ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัท โดยบริษัทจะเข้าทำสัญญาจะซื้อขะขายกับผู้ถือหุ้นเดิมของ TIF ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถเข้าซื้อกิจการดังกล่าวได้ในราคาที่ตกลงกันไว้ภายใน 12 เดือน นับจากวันที่เริ่มให้กู้ยืมเงิน และเพิ่มเติมอีก 12 เดือนในรูปแบบสิทธิในการปฏิเสธก่อน ซึ่งการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจะเป็นสิทธิขาดของบริษัท ในการตัดสินใจการลงทุน โดยบริษัทจะเข้าลงทุนก็ต่อเมื่อการเข้าทำธุรกรรมนี้ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัทและผู้ถือหุ้น ทั้งในแง่ของราคาซื้อขายการดำเนินงาน และ ฐานะทางการเงินของกิจการ สภาพแวดล้อมและการเติบโตของอุตสาหกรรมเป็นต้น ทั้งนี้การซื้อกิจการที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง