เมื่อการรับฟัง เปรียบเสมือนภูมิคุ้มกัน ความซึมเศร้าให้ “ผู้สูงวัย”

13 เมษายนของทุกปี “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ”
ในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี ประเทศไทยได้กำหนดให้เป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ไม่เพียงเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข สาดน้ำ ปะแป้ง เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมการเคารพผู้สูงอายุ
หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 13 เมษายนของทุกปีให้เป็น “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” เพื่อร่วมรณรงค์ให้ประชาชนทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ เห็นถึงคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญ ทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างวัยเพื่อสานความสัมพันธ์อันดีกันในครอบครัว
“ดอกลำดวน” สัญลักษณ์ของวันผู้สูงอายุแห่งชาติ หอมงดงาม กลีบดอกแข็ง ไม่ร่วงโรยโดยง่าย เปรียบเสมือนผู้สูงวัย ผู้เปี่ยมด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และความดีงาม เป็นแบบอย่างอันล้ำค่าแก่ลูกหลาน รวมถึงเป็นร่มเงาและที่พึ่งพิงของครอบครัว เพราะ “ผู้สูงอายุ” คือพลังสำคัญของครอบครัวและสังคมไทย
อีกหนึ่งพิธีสำคัญ ประเพณี “รดน้ำดำหัว” ยังคงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่งดงามและมีความหมายลึกซึ้งที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้หลักผู้ใหญ่ และแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ให้ลูก หลานได้ใช้ช่วงเวลาพิเศษกับครอบครัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ภาพจาก TNN ONLINE
ใช้การพูดคุยกับคนในครอบครัว แก้ปัญหาภาวะซึมเศร้า
ทั้งนี้ เนื่องในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี ตรงกับวันผู้สูงอายุ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับ ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ (Center for Aging Society Research – CASR) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ผู้สูงอายุไทยซึมเศร้าหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร?”
จากการสำรวจภาวะซึมเศร้าของผู้สูงอายุ โดยใช้ข้อคำถามทดสอบภาวะซึมเศร้า PHQ – 9 (Patient Health Questionnaire) นำเกณฑ์มาจาก ศ.นพ.มาโนช หล่อตระกูล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่า ผู้สูงอายุ ร้อยละ 76.64 ระบุว่า ไม่มีภาวะซึมเศร้า รองลงมา ร้อยละ 16.87 ระบุว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับเล็กน้อย ร้อยละ 5.19 ระบุว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับปานกลาง ร้อยละ 0.84 ระบุว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรงค่อนข้างมาก และร้อยละ 0.46 ระบุว่า มีภาวะซึมเศร้าระดับรุนแรงสูง
ส่วนการแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุในช่วงที่มีภาวะซึมเศร้า พบว่า ผู้สูงอายุ ร้อยละ 42.43 ระบุว่า เลือกที่จะพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัว เช่น คู่สมรส ลูกหลาน ญาติ เป็นต้น
รองลงมา ร้อยละ 36.05 ระบุว่า ออกกำลังกาย ร้อยละ 34.79 ระบุว่า ออกไปพบปะเพื่อนฝูง หรือสังสรรค์กับเพื่อน ร้อยละ 23.65 ระบุว่า เล่น Facebook ร้อยละ 21.03 ระบุว่า เล่น Line
ร้อยละ 8.39 ระบุว่า ทำความสะอาดบ้าน ทำสวน ปลูกต้นไม้ ร้อยละ 8.14 ระบุว่า เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ ดูหนัง และฟังเพลง ร้อยละ 3.88 ระบุว่า ฟังธรรมะ สวดมนต์ และนั่งสมาธิ ร้อยละ 3.00 ระบุว่า นอนหลับพักผ่อน หรือนั่งเล่นอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ร้อยละ 2.50 ระบุว่า ทำงานอาสาสมัคร ร้อยละ 2.25 ระบุว่า เดินทางไปท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง ทำบุญ และไหว้พระ ร้อยละ 1.88 ระบุว่า เล่น TikTok
ร้อยละ 1.50 ระบุว่า เล่น YouTube ร้อยละ 0.38 ระบุว่า รับประทานวิตามินหรือยาคลายเครียด และร้อยละ 0.25 ระบุว่า เลี้ยงสุนัข แมว หรือปลา
ภาพจาก Getty Images
อย่างไรก็ตาม การพูดคุยหรือการทำกิจกรรมต่างๆ กับผู้สูงวัยในบ้าน ไม่จำเป็นต้องทำแค่เฉพาะในวันสำคัญ แต่ถ้าคนในครอบครัวใส่ใจและเลือกให้ทุกๆ วันเป็นวันสำคัญก็เพียงพอต่อการดูแลผ้สูงอายุแล้ว แค่เพียงบทสนทนาสั้นๆ ในชีวิตประจำวัน สิ่งนั้นอาจเป็น “วัคซีนทางใจ” เป็นเกาะภูมิคุ้มกันความซึมเศร้าได้เลย
ภาพจาก Getty Images
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
