รีเซต

ซึมเศร้าชอบด้อยค่าตัวเอง เพราะการทำงานของสมองเปลี่ยนแปลง

ซึมเศร้าชอบด้อยค่าตัวเอง เพราะการทำงานของสมองเปลี่ยนแปลง
TNN ช่อง16
6 สิงหาคม 2569 ( 14:56 )
11

เพจ Eva - อิศวาพร ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ เรื่อง สมองของคนซึมเศร้า ประเมินคุณค่าตัวเองได้แย่มาก ประเมินไปในทางด้อยค่า แทบทุกกรณี เพราะบริเวณเหล่านั้นมันพังยับ

ซึมเศร้ามันไม่ใช่แค่เศร้าดิ่ง แต่เหมือนสมอง “ด้อยค่าตัวเอง” อยู่ตลอดเวลา ต่อให้มีหลักฐานว่าตัวเองทำอะไรได้ดี ต่อให้มีคนชม ก็ยังรู้สึกว่า “มันไม่ใช่เราจริงๆ” หรือ “เรายังไม่ดีพออยู่ดี” หรือไม่ก็ “เค้าคงเกรงใจและปลอบใจเราแหละ”

อาการนี้พบได้บ่อยมากในซึมเศร้า คนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจตัวเองอยู่แล้ว ยิ่งหนักเลย ส่วนคนที่เคยมั่นใจ ฉะฉาน เรียบร้อย เปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนเพื่อนงงเลย

ทั้งๆ ที่เรามีศักยภาพมากมาย มีผลงานสารพัด แต่สมองเลือกที่จะไม่หยิบมาประกอบ เลือกแต่อะไรที่มันล้มเหลว มันฉายให้ดูซ้ำไปซ้ำมา

งานวิจัยของ Biggs และคณะฯ ปี 2025 ศึกษาการประเมินตัวเอง (self-evaluation) ของคนที่มีระดับอาการซึมเศร้าต่างกัน โดยให้ผู้เข้าร่วมประเมินลักษณะของ “ตัวเอง” เทียบกับ “คนอื่น” พร้อมดูการทำงานของสมองด้วย fMRI

ผลพบว่า คนที่มีอาการซึมเศร้าสูง จะใช้เวลาตัดสินใจนานกว่า ลังเลมากกว่า และเนื้อหาที่ประเมินตัวเองมักเอนเอียงไปทางลบ

เมื่อดูสมอง จะพบความเปลี่ยนแปลงในสามบริเวณสำคัญ

ศูนย์สะท้อนตัวตนของเรา (medial prefrontal cortex: mPFC)

ปกติสมองส่วนนี้เหมือน “กระจกของตัวตน”  ที่ช่วยสะท้อนว่าเราเป็นใคร เรามีความสามารถอะไร

แต่ในภาวะซึมเศร้า การทำงานของ mPFC ลดลง ภาพตัวเองจึงไม่ชัดเลย เหมือนกำลังส่องกระจกที่มีฝ้าปกคลุมอยู่ มองไม่เห็นตัวเองชัดๆ ว่าเรามีค่าแค่ไหน พอผนวกกับอารมณ์เชิงลบ

เรียบร้อยค่ะ ไอ้ที่มัวๆ นั้น มันคงไม่มีอะไรอยู่ข้างใน

ศูนย์จัดระเบียบความคิด (superior frontal gyrus: SFG)

บริเวณนี้ช่วยควบคุมความคิดหลายด้าน ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน และช่วยตัดสินใจอย่างชาญฉลาด (ทำงานคู่กับ dlPFC) เมื่อการทำงานลดลง ความคิดที่ขัดแย้งกันจะตีกันเองในหัว อยากเชื่อว่าตัวเองมีค่า แต่ก็มีอีกเสียงหนึ่งคอยค้านอยู่ตลอด สุดท้ายจึงลังเล ไม่มั่นใจ และมักลงเอยด้วยการประเมินตัวเองต่ำ

ศูนย์ตรวจจับความขัดแย้งทางอารมณ์ (perigenual anterior cingulate cortex: pgACC)

บริเวณนี้ทำหน้าที่เหมือนเซนเซอร์ตรวจจับว่า “เรากำลังสับสนหรือไม่” ในภาวะซึมเศร้า pgACC จะตอบสนองแรงขึ้นเมื่อเกิดความไม่แน่ใจ เรื่องเล็กๆ จึงกลายเป็นความรู้สึกค้างคาในใจ ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็ถูกขยายจนรู้สึกเหมือนเป็นความล้มเหลวใหญ่โต

ดังนั้นปัญหาจึงไม่ใช่แค่ “คิดลบ” แต่คือสมองกำลังพยายามประเมินตัวเอง จากหลายเสียงในหัว แล้วตกลงกันไม่ได้ เหมือนมีหลายเวอร์ชันของตัวเองอยู่ในหัว แต่ไม่มีเสียงไหนชนะได้จริงสุดท้ายก็เลือกเหตุผลที่มีตัวเองเป็นตัวละคร ที่แย่ที่สุด ห่วยที่สุด มาฉาย แล้วก็สะท้อนให้เห็นว่านั้น เราไม่มีคุณค่า บางคนถึงขั้นตั้งคำถามต่อว่า แล้วจะเกิดมาทำไม

ที่สำคัญคือ แม้รักษาแล้ว อาการซึมเศร้าอื่นๆ จะเริ่มดีขึ้นแล้ว เช่น พลังงานเริ่มกลับมา ทำกิจกรรมได้มากขึ้น แต่รูปแบบการประเมินตัวเองในเชิงด้อยค่า (negative self-evaluation) มักจะยังหลงเหลืออยู่ และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้โรคกลับมาเป็นซ้ำได้

การรักษาจึงไม่ได้มีแค่ทำให้อาการดิ่งดีขึ้น แต่รวมถึงการช่วยให้สมอง “เห็นตัวเองชัดขึ้น” อีกครั้ง ทั้งการใช้ยา การพูดคุยบำบัด (psychotherapy)  ที่ช่วยจัดระเบียบความคิด และการฝึกสังเกตความคิดของตัวเอง ค่อยๆ แยกว่า อะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือเสียงของความลังเลที่สมองกำลังสร้างขึ้น

เพราะจริงๆ แล้ว คุณค่าของคนๆ หนึ่งไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ในช่วงเวลาที่สมองป่วย ม่านบางๆ ถูกเลื่อนลงมาบดบังมันไว้ และเมื่อการรักษาค่อยๆ ทำให้วงจรสมองกลับมาปกติ ม่านนั้นจะค่อยๆ เปิดออกอีกครั้งค่ะ แล้วคุณจะรู้จักตัวตนเดิมที่คุณเคยรู้จัก มันอยู่ตรงนั้นแหละ แต่สมองแมร่งป่วยอยู่ หาไม่เจอ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง