ก่อนต้องจ่ายเงินไปส่อง "ผลข้างเคียงโมเดอร์นา" ผ่านสายตา อย. ไทย

ก่อนต้องจ่ายเงินไปส่อง "ผลข้างเคียงโมเดอร์นา" ผ่านสายตา อย. ไทย
Ingonn
7 กรกฎาคม 2564 ( 16:23 )
100
ก่อนต้องจ่ายเงินไปส่อง "ผลข้างเคียงโมเดอร์นา" ผ่านสายตา อย. ไทย

เกิดเป็นกระแสขึ้นมาทันที กับแฮชแท็ก #ทวงคืนค่าโมเดอร์นา โดยโลกโซเชียลเรียกร้องให้ทุกคนได้รับการฉีด “วัคซีนโมเดอร์นา” ที่มีประสิทธิภาพฟรี และไม่ควรเป็นวัคซีนทางเลือกที่ประชาชนต้องเสียเงิน กระแสร้อนต่อไม่หยุดเมื่อ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบกรมควบคุมโรค กล่าวถึงแฮชแท็กนี้ว่า  ประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินให้ วัคซีน mRNA เนื่องจาก ได้นำเข้า “วัคซีนไฟเซอร์” ที่มีประสิทธิภาพ ผลข้างเคียงใกล้เคียงกัน และรัฐบาลเลือกที่จะใช้ไฟเซอร์แล้ว ส่วนโมเดอร์นาถูกกำหนดให้เป็นวัคซีนทางเลือก ซึ่งภาพเอกชนสามารถจัดหามาเสริมเพิ่มเติมให้ประชาชนได้ ซึ่งเข้าใจว่ามี 5 ล้านโดส

 

 


นอกจากนั้น! ก่อนหน้านี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา  (อย.) ยังเผยแพร่เอกสารกำกับยาภาษาไทยของ “วัคซีนโมเดอร์นา” อย่างละเอียดอีกด้วย โดย TrueID ได้รวบรวมประสิทธิภาพและผลข้างเคียงที่ควรรู้มาฝากทุกคนแล้ว ก่อนที่จะเสียเงินกับวัคซีนทางเลือกชนิดนี้กัน

 

 


อ่านรายละเอียด เอกสารกำกับยาภาษาไทย ของ “วัคซีนโมเดอร์นา” คลิก

 

 


COVID-19 Vaccine Moderna เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ยาตามเอกสารกำหนด มีข้อบ่งใช้สำหรับฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

 

 

 

ข้อมูลการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา


แผนการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา ประกอบด้วยการฉีดวัคซีนในขนาด 0.5 มิลลิลิตร จำนวน 2 ครั้ง

 

 

ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป


การฉีดกระตุ้นเข็มที่ 2 ควรให้หลังจากการฉีดเข็มแรก 28 วัน ไม่มีข้อมูลของการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาร่วมกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชนิดอื่น เมื่อได้รับวัคซีนโมเดอร์นาเข็มที่ 1 ควรได้รับเข็มที่ 2 เป็นวัคซีนโมเดอร์นาเช่นเดียวกัน

 

 

เด็ก


ยังไม่มีข้อมูลประสิทธิผลและความปลอดภัยในเด็กและวัยรุ่นที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี

 


ผู้สูงอายุ


ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป

 

 

แนะนำให้มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดอย่างน้อย 30 นาทีภายหลังการฉีดวัคซีน ไม่ควรฉีดวัคซีนครั้งที่ 2ให้กับผู้ป่วยที่เกิดการแพ้ยาขั้นรุนแรงจากการฉีดวัคซีนครั้งที่ 1

 

 


ความวิตกกังวลจากการตอบสนองของการฉีดวัคซีน


ได้แก่ อาการหน้ามืด ภาวะหายใจเร็วเกิน หรือความเครียดที่เกี่ยวข้องจากการตอบสนองของการฉีดวัคซีนโดยการใช้เข็ม ควรมีการเตือนเกี่ยวกับอาการดังกล่าวในสถานที่ฉีดวัคซีนเพื่อหลีกเสี่ยงการบาดเจ็บจากการเป็นลม หน้ามืด

 

 


หากผู้ฉีดวัคซีนมีอาการป่วย


ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนในกลุ่มบุคคลที่มีไข้สูงอย่างเฉียบพลันหรือมีอาการติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน แต่ไม่ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนในกลุ่มบุคคลที่มีการติดเชื้อเล็กน้อย และ/หรือ มีไข้ต่ำ

 

 


ภาวะเกล็ดเลือดต่ำและความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด


เช่นเดียวกับการฉีดยาอื่นเข้ากล้ามเนื้อ ควรให้วัคซีนด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่กำลังได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ หรือ ผู้ป่วยที่ความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด (เช่น โรคฮิโมฟีเลีย) เนื่องจากอาจเกิดภาวะเลือดออกหรือจ้ำเลือดหลังจากการฉีดเข้ากล้ามเนื้อในบุคคลเหล่านี้

 

 


กลุ่มผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง


ยังไม่มีการประเมินประสิทธิผล ความปลอดภัยและความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีนในกลุ่มผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมไปถึงกลุ่มผู้ป่วยที่กำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกันประสิทธิผลของวัคซีนโมเดอร์นา ซึ่งอาจจะลดลงในกลุ่มผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง

 

 


ระยะเวลาในการป้องกันการติดเชื้อ


ยังไม่ทราบระยะเวลาในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ของวัคซีนที่ชัดเจน ขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยข้อจำกัดของประสิทธิผลของวัคซีนประสิทธิผล ในการป้องกันการติดเชื้ออาจยังไม่เต็มที่จนกระทั่งได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ไปแล้ว 14 วัน 

 

 

 

วัคซีนโมเดอร์นา กับคนท้องและคุณแม่นมบุตร

 

สตรีมีครรภ์


ไม่พบผลกระทบที่เป็นอันตรายทั้งแบบทางตรงและทางอ้อมต่อการตั้งครรภ์ การพัฒนาของตัวอ่อน การคลอดบุตร หรือ การพัฒนาช่วงหลังคลอด 

 

การให้วัคซีนโมเดอร์นา ในสตรีมีครรภ์ควรพิจารณาให้เฉพาะเมื่อมีการประเมินแล้วว่ามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์และทารกในครรภ์เท่านั้น

 


สตรีให้นมบุตร


ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการขับออกทางน้ำนมของวัคซีนโมเดอร์นา สามารถฉีดได้

 

 

 

 

 

 

สำรวจอาการไม่พึงประสงค์ของวัคซีนโมเดอร์นา


อาการเจ็บ/ปวดบริเวณตำแหน่งที่ฉีดวัดซีน 92%


อ่อนเพลีย 70%


ปวดศีรษะ 64.7%


ปวดกล้ามเนื้อ 61.5%


ปวดข้อ 46.4%


หนาวสั่น 45.4%


คลื่นไส้อาเจียน 23%


บวมแดงบริเวณรักแร้ 19.8%


มีไข้ 15.5%


บวมบริเวณที่ฉีดวัคซีน 14.7%


มีรอยแดง 10%

 

 

อาการไม่พึงประสงค์ส่วนใหญ่มีความรุนแรงระดับต่ำหรือปานกลาง และสามารถหายเป็นปกติไม่กี่วันหลังฉีดวัคซีน 

 


อาการบวมแดงบริเวณรักแร้ อ่อนแรง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน และ ไข้ จะเกิดในกลุ่มช่วงอายุ 18 ถึงน้อยกว่า 65 มากกว่ากลุ่มอายุเท่ากับและมากกว่า 65 ปี อาการไม่พึงประสงค์เฉพาะที่และแบบทั่วร่างกายพบรายงานในการให้วัคซีนเข็มที่ 2 มากกว่าการให้วัคซีนเข็มที่ 1

 

 

 

 


ประสิทธิภาพโมเดอร์นา

 

ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดโรคคือ 94.1% ในประชากรทั่วไป ป้องกันการติดโรคได้ 86.4% ในผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ลดความรุนแรงของโรคได้ 100% และลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 ได้ 100% และจากข้อมูลทางห้องปฏิบัติการล่าสุด พบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่สูงพอที่จะยับยั้งสายพันธุ์ B.1.17 จากอังกฤษ และ B.1.351 จากแอฟริกาใต้ได้

 

 

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) เพิ่งอนุมัติฉุกเฉินให้ใช้วัคซีนโควิด-19 ไฟเซอร์ ในวัยรุ่นอายุ 12-15 ปีในสหรัฐฯ ได้ หลังผลการทดลองชี้ว่า มีประสิทธิภาพที่ดี และดีกว่าในกลุ่มอายุ 16-25 ปีด้วย ขณะนี้ได้เริ่มทดลองใช้ในเด็กเล็ก 6 เดือน - 11 ปี

 

 

 

สรุป


1.ประสิทธิภาพป้องกันโควิด-19 และโควิดกลายพันธุ์ได้ 

 


2.ผลข้างเคียงหลังฉีดที่พบบ่อย คือต่อมน้ำเหลืองโต ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ปวดเมื่อยตามตัว มักพบผลข้างเคียงในโดสสองมากกว่าโดสแรก

 


3. มีรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ในคนท้อง ไม่มีผลกระทบกับการให้นมลูก ให้ในผู้สูงอายุได้ ยังไม่มีข้อมูลในเด็กอายุน้อยกว่าสิบแปด

 


4.วิธีฉีด ใช้สองโดส ห่างกันสี่สัปดาห์

 

 


ข้อมูลจาก เอกสารกำกับยาภาษาไทย , PPTV

ภาพจาก AFP

 

 

 

-------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง