PYLON ส่งสัญญาณขาขึ้น Q2 รับดีมานด์งานฐานรากฟื้น

#ทันหุ้น - “บมจ.ไพลอน หรือ PYLON” ชี้แนวโน้มธุรกิจ Q2/69 สัญญาณดี คาดการใช้เครื่องจักรอยู่ที่ 18-20 ชุด ลุ้นงานในมือเพิ่มแตะ 2,000 ลบ. เชื่อรายได้ทั้งปีโต 10-15% ล่าสุดโชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/69 ทำกำไร 77.30 ลบ. โต 324.5% YoY ทำนิวไฮในรอบ 24 ไตรมาส กวาดรายได้รวม 491.9 ลบ. โต 63.6% จากงวดเดียวกันของปีก่อนจากการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆ ทั้งโครงการภาคเอกชน-ภาครัฐ รับดีมานด์งานฐานรากฟื้นตัว ขณะที่ Backlog ปัจจุบัน อยู่ที่ 1,753.1 ลบ. สูงกว่าก่อนการระบาดของโควิด 19 และสูงกว่ารายได้ทั้งปี 2568 หนุนรายได้ปี 2569 เติบโต 10-15% ตอกย้ำจังหวะธุรกิจช่วงขาขึ้น
ดร.ชเนศวร์ แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ระดับแนวหน้าของประเทศ เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/2569 แนวโน้มยังดี โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้บริษัทอยู่ระหว่างการย้ายเครื่องจักรเข้าโครงการขนาดใหญ่เพื่อทยอยเริ่มงาน ในส่วนการใช้กำลังการผลิตคาดว่าจำนวนเครื่องจักรในช่วงไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 18-20 ชุด และอาจจะยืนเหนือระดับ 20 ชุดขึ้นไปในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) แข็งแกร่งอยู่ที่ 1,753.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจางานใหม่เพิ่มเติม ซึ่งมีโอกาสจะผลักดันให้ Backlog แตะระดับ 2,000 ล้านบาทในเร็วๆ นี้
“ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ท้าทาย แต่ก็เป็นปีที่ดีของ PYLON ต่อเนื่องจากปีก่อน ภาพรวมปีนี้เชื่อว่ายังเห็นการเติบโตที่ดี คาดว่าแนวโน้มการเติบโตของรายได้จะอยู่ที่ 10-15%” ดร.ชเนศวร์ กล่าว
สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯในงวดไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 77.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 324.5% โดยอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 15.7% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 6.1% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 491.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 63.6% โดยมีการรับรู้รายได้ในโครงการประเภทต่างๆ ทั้งโครงการภาคเอกชนที่เป็น Mixed-Use, โรงพยาบาล, Data Center, โรงแรม ฯลฯ และโครงการภาครัฐซึ่งได้แก่งานรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขณะที่สัดส่วนรายได้จากงานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสิ้นไตรมาส 1/2569 สัดส่วนรายได้งานกำแพงกันดิน : งานเสาเข็มเจาะแบบกลม อยู่ที่ 47 : 53
ในด้านฐานะทางการเงิน บริษัทยังคงมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง D/E เพียง 0.39 เท่า Current Ratio 3.43 เท่า มีเงินฝากและกองทุนรวมตลาดเงินซึ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลรวมทั้งสิ้น 659 ล้านบาท เทียบกับหนี้ที่มีดอกเบี้ยเพียง 111.1 ล้านบาท สะท้อนนโยบายดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท
“ผลประกอบการออกมาเป็นที่น่าประทับใจทั้งรายได้และกำไร สะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยถือเป็นจุดสูงสุดรอบกว่า 6 ปีหลังสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ การมี Backlog ที่ Secure แล้วในระดับสูง และมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่ง จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในปี 2569” ดร.ชเนศวร์ กล่าว
ทั้งนี้ จากภาวะสงครามในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบหลักบางรายการปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯได้มีการทบทวน และปรับประมาณการต้นทุนให้สอดคล้องกับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และสะท้อนอยู่ในผลประกอบการของไตรมาส 1/2569 แล้ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
