รีเซต

ไทยช่วยไทย 1.76 แสนล.CPAXT-BJC-CBG รับเต็ม

ไทยช่วยไทย 1.76 แสนล.CPAXT-BJC-CBG รับเต็ม
ทันหุ้น
20 พฤษภาคม 2569 ( 02:30 )

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (19 พ.ค.) อนุมัติอัดฉีดเม็ดเงิน 1.76 แสนล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน แบ่งเป็น  ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13.18 ล้านคน วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท จ่ายเงินเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน

และโครงการไทยช่วยไทยพลัส ครอบคลุมประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท จากเดิมที่โครงการลักษณะนี้เคยจำกัดสิทธิ์ไว้ที่ 20 ล้านคน โดยเป็นการช่วยค่าใช้จ่ายจริง รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 กำหนดการใช้จ่ายต่อวันไม่เกิน 200 บาท และสามารถใช้บริการ Food Delivery ได้ ซึ่งจะเริ่มระบบตามมาหลังจากเปิดโครงการประมาณ 2 สัปดาห์  โดยรัฐจะจ่ายเงินให้ผู้ได้รับสิทธิในโครงการนี้ เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569  ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง  

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด  ระบุความชัดเจนของวงเงิน 1.76 แสนล้านบาท และระยะเวลาการดำเนินโครงการ 4 เดือน ถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในตอนแรก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าโครงการอาจจะดำเนินการเพียงแค่ 2 เดือนแล้วหยุดเพื่อรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญและวินัยการเงินการคลังหรือไม่

เบื้องต้น ประเมินว่า รัฐบาลดำเนินนโยบายด้วยความรอบครอบวงเงิน 1.76 แสนล้านบาท ไม่เกินกรอบวงเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ที่จะเข้ามาพยุงเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากวิกฤติพลังงาน  ผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐ ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ฝ่ายค้านได้อภิปรายไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยเฉพาะงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ไม่คัดค้านในส่วนของงบคนละครึ่งที่ใช้ดูแลค่าครองชีพ

พร้อมกันนี้ คัดหุ้นที่ได้รับผลกระทบและได้รับประโยชน์จากโครงการคนละครึ่ง อาทิ CPAXT เนื่องจากโครงการคนละครึ่งช่วยส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยมาซื้อวัตถุดิบไปขายต่อ

GLOBAL และ DOHOME แม้จะไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง แต่ได้รับประโยชน์โดยอ้อม เนื่องจากเมื่อเศรษฐกิจท้องถิ่นคึกคักตลอดระยะเวลา 4 เดือน ร้านค้าต่างๆ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอาจตัดสินใจปรับปรุงร้านหรือสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้

รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ ที่จะได้รับอานิสงส์จากความสามารถในการบริหารจัดการสภาพคล่องระยะสั้น ให้สามารถผ่อนชำระค่างวดได้ดียิ่งขึ้น

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง