ไทยช่วยไทย 1.76 แสนล.CPAXT-BJC-CBG รับเต็ม

#ครม. #ไทยช่วยไทยพลัส #ทันหุ้น - ครม.อนุมัติ 1.76 แสนล้านบาท ช่วยประชาชน เพิ่มจำนวนผู้รับสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสเป็น 30 ล้านคน ช่วยจ่าย 60 : 40 เดือนละ 1,000 บาท นาน 4 เดือน นักวิเคราะห์มองกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มสภาพคล่องในระบบ คัดหุ้นรับอานิสงส์ค้าปลีก อาหารเครื่องดื่ม อาทิ CPAXT, BJC, CBG, OSP และ SAPPE
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้ (19 พ.ค.) อนุมัติอัดฉีดเม็ดเงิน 1.76 แสนล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13.18 ล้านคน วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท จ่ายเงินเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน
และโครงการไทยช่วยไทยพลัส ครอบคลุมประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท จากเดิมที่โครงการลักษณะนี้เคยจำกัดสิทธิ์ไว้ที่ 20 ล้านคน โดยเป็นการช่วยค่าใช้จ่ายจริง รัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 กำหนดการใช้จ่ายต่อวันไม่เกิน 200 บาท และสามารถใช้บริการ Food Delivery ได้ ซึ่งจะเริ่มระบบตามมาหลังจากเปิดโครงการประมาณ 2 สัปดาห์ โดยรัฐจะจ่ายเงินให้ผู้ได้รับสิทธิในโครงการนี้ เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
@เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุความชัดเจนของวงเงิน 1.76 แสนล้านบาท และระยะเวลาการดำเนินโครงการ 4 เดือน ถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในตอนแรก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าโครงการอาจจะดำเนินการเพียงแค่ 2 เดือนแล้วหยุดเพื่อรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญและวินัยการเงินการคลังหรือไม่
เบื้องต้น ประเมินว่า รัฐบาลดำเนินนโยบายด้วยความรอบครอบวงเงิน 1.76 แสนล้านบาท ไม่เกินกรอบวงเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ที่จะเข้ามาพยุงเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากวิกฤติพลังงาน ผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐ ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ฝ่ายค้านได้อภิปรายไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยเฉพาะงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ไม่คัดค้านในส่วนของงบคนละครึ่งที่ใช้ดูแลค่าครองชีพ
พร้อมกันนี้ คัดหุ้นที่ได้รับผลกระทบและได้รับประโยชน์จากโครงการคนละครึ่ง อาทิ CPAXT เนื่องจากโครงการคนละครึ่งช่วยส่งเสริมให้ร้านค้ารายย่อยมาซื้อวัตถุดิบไปขายต่อ
GLOBAL และ DOHOME แม้จะไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง แต่ได้รับประโยชน์โดยอ้อม เนื่องจากเมื่อเศรษฐกิจท้องถิ่นคึกคักตลอดระยะเวลา 4 เดือน ร้านค้าต่างๆ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอาจตัดสินใจปรับปรุงร้านหรือสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้
รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ ที่จะได้รับอานิสงส์จากความสามารถในการบริหารจัดการสภาพคล่องระยะสั้น ให้สามารถผ่อนชำระค่างวดได้ดียิ่งขึ้น
คัดหุ้นรับอานิสงส์
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ มีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นต่อมาตรการ "คนละครึ่งพลัส" โดยไทม์ไลน์มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้หุ้นได้รับประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก อาทิ CPAXT, BJC กลุ่ม Food & Beverage อาทิ CBG, OSP, SAPPE, ICHI, SNNP และ กลุ่มสินค้าอุปโภค อาทิ NEO
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
