รีเซต

BTS ดอดซื้อหุ้น KGEN ชูศักยภาพลุยอีวีแกร่ง

BTS ดอดซื้อหุ้น KGEN ชูศักยภาพลุยอีวีแกร่ง
ทันหุ้น
20 พฤษภาคม 2569 ( 03:00 )

            กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตาอย่างมากในตลาดทุน เมื่อมีกระแสข่าว บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เข้าถือหุ้น บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ในสัดส่วนประมาณ 4% โดยเป็นการเข้าซื้อจากผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของ KGEN ทั้งนี้การซื้อหุ้นดังกล่าวที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องประกาศต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ต้องถือเกิน 5% ขึ้นไป

            ทีมงานทันหุ้นได้สอบถามไปที่ นายนวพร เกียรติขจรวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ยอมรับว่า บริษัทได้รับทราบเรื่องนี้จากผู้ถือหุ้น  โดยกลุ่ม BTS นับเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์และรู้จักกันมาอย่างยาวนาน การเข้ามาถือหุ้นใน KGEN ส่วนตัวรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก BTS เป็นบริษัทพันธมิตรที่มีศักยภาพ และมีความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบการขนส่ง มีโอกาสเข้ามาช่วยเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของทั้งคู่ ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทมองด้วยว่าการเข้ามาของพันธมิตร สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายใหญ่ที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

@ KGEN พันธมิตรแกร่ง

            นายมงคล  พ่วงเภตรา  รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การที่ BTS เข้ามาถือหุ้น KGEN ในสัดส่วนประมาณ 4%  เป็นการเข้าลงทุนเพื่อดูทิศทางธุรกิจในระยะแรก โดย BTS มักลงทุนในธุรกิจหลากหลายตัวที่มีศักยภาพ  ขณะที่ KGEN มีลักษณะคล้ายกับ Startup ที่มีธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจอย่างการผลิต EV เข้ามา และต้องติดตาม BTS จะเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นอีกหรือไม่  ซึ่งหากผลประกอบการเริ่มพลิกกลับมาเป็นกำไรดีตามที่คาดการณ์ อาจเป็นแรงจูงใจให้กลุ่ม BTS พิจารณาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนได้อีก

ทั้งนี้ KGEN มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เป็นหุ้นในกลุ่มสื่อ (เดิมชื่อหุ้น NBC) ปัจจุบันได้ตัดจำหน่ายธุรกิจเดิมที่เคยเป็นภาระออกไปจนเกือบหมดสิ้น และหันมาเริ่มต้นใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีอนาคตอย่างโลจิสติกส์และยานยนต์ไฟฟ้า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา KGEN เริ่มมีรายได้ที่มั่นคงจากธุรกิจของ มนตรี ทรานสปอร์ต ซึ่งเป็นบริการขนส่ง และล่าสุดเมื่อประมาณเดือนที่ผ่านมาได้มีความชัดเจนในการเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นโครงการร่วมทุนกับ Chery ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ซึ่งจะทำให้บริษัทเริ่มมีรายได้จากการลงทุนในส่วนนี้อย่างเป็นทางการ

ปัจจุบัน KGEN มีโรงงานผลิตรถยนต์รองรับ และมีแบรนด์ในมือที่น่าสนใจ ทั้ง แบรนด์ Chery Automobile, แบรนด์ OMODA และ JAECOO, แบรนด์ FARIZON แม้จะมีความท้าทายด้านการแข่งขัน แต่ KGEN มีจุดเด่นเหนือคู่แข่งหลายประการ ทั้งการการร่วมทุนกับ Chery ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีอันดับต้นๆ ในจีนและมีประสบการณ์การส่งออกสูง ขณะเดียวกันโรงงานของ KGEN จะได้รับคำสั่งซื้อจาก Chery เพื่อผลิตรถยนต์สำหรับการส่งออกและจำหน่ายในประเทศอยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการหาลูกค้าใหม่เองทั้งหมด 100%

            นอกจากนี้ KGEN ใช้วิธีการลงทุนที่ชาญฉลาด โดยได้โรงงานมาในต้นทุนที่ไม่สูงนัก ทำให้ในเชิงของต้นทุนการแข่งขันได้เปรียบ และที่ผ่านมาไม่ได้มีการกู้ยืมเงินจำนวนมากหรือการเพิ่มทุนที่รุนแรง ขณะเดียวกันทางฝั่งพันธมิตรอย่าง Chery ยังอาจเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักบางส่วน ทำให้ฐานการเงินของ KGEN ยังคงแข็งแกร่งและมีความเสี่ยงต่ำในการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต ซึ่งในงาน Motor Show ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายทุกแบรนด์มากกว่า 2 หมื่นคัน

            นายมงคล กล่าวว่า ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน  KGEN เป็นหุ้นที่น่าจับตามอง จากปัจจัยบวกจากการที่ธุรกิจเดิมเริ่มอยู่ตัวและมีธุรกิจใหม่ EV เข้ามาเสริมทัพ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานมีโอกาสพลิกกลับมาเป็นกำไรในอนาคต  แนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์เก็งกำไรตามการเติบโตของธุรกิจใหม่ โดยอาศัยจังหวะที่ราคาหุ้นยังสะท้อนมูลค่าในอดีต ขณะที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นเริ่มมี "ยักษ์ใหญ่" อย่าง BTS เข้ามาเป็นพันธมิตร ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคต  

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง