รีเซต

SINO ส่งซิก Q2 ฟื้นแรงแววขนส่งสหรัฐคึกคัก

SINO ส่งซิก Q2 ฟื้นแรงแววขนส่งสหรัฐคึกคัก
ทันหุ้น
20 พฤษภาคม 2569 ( 02:45 )

นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีทิศทางฟื้นตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก หลังปริมาณงานขนส่งเริ่มกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะงานขนส่งระหว่างประเทศไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้มากขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันบริษัทเพิ่มบุคลากรฝ่ายขายเพื่อขยายฐานลูกค้าในไทยและต่างประเทศ เช่น จีน, เอเชีย, ยุโรป เพื่อรองรับดีมานด์การขนส่งที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน การเจรจาระดับโลกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน คาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้กิจกรรมโลจิสติกส์ในเส้นทางจีน–สหรัฐ กลับมาคึกคักมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ปริมาณการขนส่งในเส้นทางดังกล่าวชะลอตัวลง

นายนันท์มนัส ระบุว่า ภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 2/2569 จะปรับตัวดีขึ้น ทั้งในส่วนของรายได้และความสามารถในการทำกำไร (มาร์จิ้น) หลังยอดขายปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนได้จากตัวเลขการส่งออกของไทยที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่บริษัทลูกและสำนักงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา มีสัญญาณการดำเนินงานที่ดีขึ้นชัด หลังจากได้มีการหยุดดำเนินงานและปรับโครงสร้างแล้ว แนวโน้มการดำเนินงานในบริษัทลูกในสหรัฐอเมริกาดีกว่าที่ประเมินไว้มาก และมีโอกาสที่จะคุ้มทุนและทำกำไรได้ในช่วงเดือนมิถุนายน จากที่วางไว้ปลายปี

ทั้งนี้สำนักงานในสหรัฐอเมริกาจะช่วยทำให้บริษัทลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในการนำสินค้าเข้าสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกับบริษัทยังจะได้รับประโยชน์จากการคืนภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บไปก่อนหน้าด้วย 

สำหรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลในเดือนเมษายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 4,300 ตู้ มากกว่าเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่มีปริมาณ 4,180 ตู้ และ 4,000 ตู้ตามลำดับ ขณะที่แนวโน้มเดือนพฤษภาคม 2569 คาดว่าปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ตู้ สะท้อนการฟื้นตัวของดีมานด์

ขณะเดียวกันบริษัทยังได้เดินหน้าธุรกิจขนส่งทางอากาศเพิ่มขึ้นหลังจากได้เข้าซื้อกิจการธุรกิจ Air Freight เข้ามา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และมีมาร์จิ้นที่สูง โดยบริษัทได้มีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่มากขึ้นเพื่อขยายตลาดในส่วนนี้

ปัจจุบัน รายได้หลักของ SINO ยังมาจากธุรกิจขนส่งทางเรือ หรือ Sea Freight คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 87% ลดลงจากปีก่อนที่อยู่ราว 93% สอดคล้องกับแผนของบริษัทที่ต้องการลดการพึ่งพาธุรกิจขนส่งทางเรือ และเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจขนส่งทางอากาศ รวมถึงธุรกิจคลังสินค้า

นายนันท์มนัส กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีคลังสินค้ารวม 9 แห่ง พื้นที่รวมประมาณ 40,000 ตารางเมตร ซึ่งมีอัตราการใช้พื้นที่เกือบเต็มทุกแห่ง โดยธุรกิจคลังสินค้าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนงานขนส่งหลักของบริษัท และสร้างรายได้ประจำมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้าพัฒนาบริษัทลูกในเวียดนาม มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และธุรกิจ Air Freight ให้สามารถสร้างอัตรากำไรได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับเป้าหมายรายได้ปี 2569 บริษัทประเมินว่าอาจทำได้ราว 2,800 ล้านบาท จากเดิมวางเป้าไว้ 3,400 ล้านบาท เนื่องจากค่าระวางขนส่งช่วงต้นปีที่ปรับตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามจากนี้ต่อไปค่าระวางเรือจะยังทรงตัวระดับสูงต่อเนื่องทั้งในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจ

ขณะเดียวกันปริมาณขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ยังเป็นไปตามแผน โดยบริษัททำได้เฉลี่ยไตรมาสละประมาณ 12,000 ตู้ และทั้งปีมีโอกาสแตะระดับใกล้ 50,000 ตู้ โดยช่วงครึ่งปีหลังยังเป็นไฮซีซันของเส้นทางสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ บริษัทไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มเติมในปีนี้ โดยจะเน้นเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนที่ผ่านมา ทั้งสำนักงานต่างประเทศ ธุรกิจ Air Freight และคลังสินค้า เพื่อผลักดันรายได้และกำไรให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะถัดไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง