ราคาทองคำส่งสัญญาณพักตัว จับตานโยบายสหรัฐฯ และความขัดแย้งตะวันออกกลาง

ทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นยังคงมีความผันผวนและคาดว่าจะเคลื่อนไหวในลักษณะค่อยๆ ซึมลง (Sideway Down) โดยนักลงทุนยังคงต้องจับตาปัจจัยสำคัญทั้งการดำเนินนโยบายในสหรัฐอเมริกา และสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
คุณธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย และฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ได้ให้มุมมองผ่านรายการ WEALTH LIVE ประจำวันที่ 20 พ.ค. 2569 ถึงประเด็นที่ตลาดกำลังจับตามองในช่วงนี้ไปจนถึงสุดสัปดาห์ว่ามี 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่
ทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ การเข้ารับตำแหน่งของนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งนายวอร์ชมีท่าทีเป็นสายเหยี่ยวที่เน้นให้ความสำคัญกับการควบคุมอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก หากมีการส่งสัญญาณนโยบายที่เข้มงวด อาจส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงได้
สถานการณ์ตะวันออกกลาง ความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยเฉพาะหลังจากการโจมตีอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งเงื่อนไขการเจรจาของฝั่งอิหร่านที่ยังคงรูปแบบเดิม ทำให้สถานการณ์โดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
กลยุทธ์การลงทุนทองคำและแร่เงิน
คุณธนะเกียรติ ได้ให้คำแนะนำการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน ดังนี้
ทองคำ
ระยะสั้น ภาพรวมทางเทคนิครายวันแสดงให้เห็นถึงทิศทางราคาที่ค่อยๆ ปรับตัวลดลง โดยมีกรอบแนวต้านด้านบนอยู่ที่ 4,740 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และแนวรับด้านล่างที่ 4,410 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
คำแนะนำระยะสั้น หากราคาหลุดระดับ 4,480 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำให้เปิดสถานะทำกำไรขาลง (Short) โดยมีจุดทำกำไรเป้าหมายที่บริเวณ 4,470 - 4,460 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ไว้ที่ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนปิดสถานะให้จบก่อนวันศุกร์ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้มีกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดน้ำมันและกดดันราคาทองคำ
ระยะกลางถึงยาว (1-5 ปี) ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจและสามารถทยอยซื้อสะสมได้ เนื่องจากยังมีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้าง เช่น แนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบต้นทุนและเศรษฐกิจโดยรวม รวมไปถึงภาระหนี้สินของรัฐบาลทั่วโลกที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งการก่อหนี้เพิ่มอาจทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น และเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจรอบใหม่ได้
แร่เงิน (Silver)
ทิศทางราคายังคงปรับตัวลดลงและมีความเสี่ยงสูงในระยะสั้น
หากนักลงทุนต้องการเข้าซื้อ แนะนำให้รอรับที่บริเวณแนวรับ 71 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และต้องตั้งจุดตัดขาดทุนอย่างเคร่งครัดที่ระดับ 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
