รีเซต

“โลกเดือด” ไม่พัก! เม.ย.69 ติดอันดับร้อนเป็นประวัติการณ์ หวั่นปี 69-70 โลกร้อนสุดเท่าที่เคยมีมา

“โลกเดือด” ไม่พัก!  เม.ย.69 ติดอันดับร้อนเป็นประวัติการณ์  หวั่นปี 69-70 โลกร้อนสุดเท่าที่เคยมีมา
TNN ช่อง16
19 พฤษภาคม 2569 ( 11:00 )
12

อุณหภูมิโลกในเดือนเมษายนที่ผ่านมา พุ่งขึ้นติดอันดับ “ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์” อีกครั้ง ท่ามกลางสัญญาณการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรง ที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า อาจผลักดันให้โลกเผชิญสภาพอากาศสุดขั้วหนักขึ้น และมีโอกาสทำให้ปี พ.ศ. 2569-2570 กลายเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยบันทึกมา

ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service หน่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป ระบุว่า เดือนเมษายน พ.ศ. 2569 เป็นเดือนเมษายนที่ร้อนที่สุด “อันดับ 3 ร่วม” ของโลก โดยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.43 องศาเซลเซียส

ความร้อนผิดปกติดังกล่าวยังต่อเนื่องจากหลายเดือนก่อนหน้า โดยเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต่างติดอันดับเดือนที่ร้อนที่สุดอันดับ 5 ของสถิติแต่ละเดือน ขณะที่เดือนมีนาคมอยู่ในอันดับ 4 ของโลก

นักวิทยาศาสตร์ของ National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA ระบุว่า ขณะนี้แทบ “เป็นที่แน่นอน” แล้วว่า ปี พ.ศ. 2569 จะติดอันดับ 10 ปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังมีแนวโน้มสูงที่จะติด 1 ใน 5 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูล

ขณะเดียวกัน น้ำแข็งทะเลในหลายพื้นที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยพื้นที่น้ำแข็งทะเลเฉลี่ยทั่วโลกต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 5% ถือเป็นระดับต่ำสุดอันดับ 2 สำหรับเดือนเมษายน นับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล

ฝั่งทวีปแอนตาร์กติกาก็เผชิญแนวโน้มเดียวกัน โดยพื้นที่น้ำแข็งทะเลต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 10% และทะเลเบลลิงส์เฮาเซน ทางฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรแอนตาร์กติกา แทบอยู่ในสภาพ “ไร้น้ำแข็ง” อย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกยังเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง โดยเฉพาะมหาสมุทรนอกเขตขั้วโลก ซึ่งมีอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ขณะที่น่านน้ำตั้งแต่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางไปจนถึงชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ และเม็กซิโก เผชิญภาวะคลื่นความร้อนทางทะเลรุนแรง

“ซาแมนธา เบอร์เกส” หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ภูมิอากาศของศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป กล่าวว่า เดือนเมษายน พ.ศ. 2569 เป็นอีกสัญญาณชัดเจนที่สะท้อนว่า โลกกำลังเผชิญความร้อนสะสมอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่เกือบทำสถิติสูงสุด และคลื่นความร้อนทางทะเลที่เกิดขึ้นในวงกว้าง

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ความร้อนผิดปกติของมหาสมุทรทั่วโลกในขณะนี้ ถือเป็น “สัญญาณสำคัญ” ของการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งมักเกิดขึ้นทุก 2-7 ปี และสัมพันธ์กับการอุ่นตัวของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออก

เมื่อเอลนีโญเกิดขึ้น จะทำให้กระแสลมสินค้าตะวันออก-ตะวันตกอ่อนกำลัง ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วโลกเผชิญสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งภัยแล้งรุนแรงในออสเตรเลียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางส่วนของสหรัฐฯ และแอฟริกาตะวันออก

ก่อนหน้านี้ NOAA และหลายหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาโลกคาดการณ์ว่า ปีนี้มีโอกาสสูงที่จะเกิดเอลนีโญ และขณะนี้หลายสำนักเริ่มปรับการคาดการณ์ใหม่ โดยมองว่า เอลนีโญรอบนี้อาจพัฒนาเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น หรืออาจถึงขั้น “ซูเปอร์เอลนีโญ” หากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในแปซิฟิกเส้นศูนย์สูตรสูงกว่าค่าเฉลี่ยเกิน 2 องศาเซลเซียส

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้เอลนีโญรุนแรงไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ทุกพื้นที่เผชิญภัยพิบัติหนักเสมอไป แต่จะเพิ่มโอกาสเกิดเหตุการณ์อากาศสุดขั้วมากขึ้น

ทั้งนี้ เอลนีโญครั้งใหญ่ล่าสุดในปี พ.ศ. 2567 เคยเกิดขึ้นพร้อมกับปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ และส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกเผชิญภัยแล้งรุนแรง ขณะที่หากปีนี้เกิดเอลนีโญระดับรุนแรงอีกครั้ง ก็อาจผลักดันให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นไปอีก และทำให้ปี พ.ศ. 2569 หรือแม้แต่ปี พ.ศ. 2570 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง