รีเซต

“เอลนีโญ” ปี 69 จ่อรุนแรง จับตาฝนแกว่ง น้ำต้นทุนข้ามปีน่าห่วง ไทยต้องรับมือทั้งน้ำท่วม-น้ำแล้ง

“เอลนีโญ” ปี 69 จ่อรุนแรง จับตาฝนแกว่ง น้ำต้นทุนข้ามปีน่าห่วง ไทยต้องรับมือทั้งน้ำท่วม-น้ำแล้ง
TNN ช่อง16
19 พฤษภาคม 2569 ( 10:00 )

รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า สถานการณ์สภาพอากาศโลกกำลังส่งสัญญาณน่ากังวล หลังหลายศูนย์พยากรณ์อากาศระดับโลกประเมินตรงกันว่า “เอลนีโญ” ในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 มีแนวโน้มพัฒนาไปสู่ระดับ “แรงถึงแรงมาก” ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งฝนแปรปรวน ภัยร้อนจัด น้ำต้นทุนลดลง และความเสี่ยงน้ำท่วมบางพื้นที่ในเวลาเดียวกัน

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จากแบบจำลองของศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) ระบุว่า เอลนีโญกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจมีความรุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ก่อนจะค่อย ๆ อ่อนกำลังลง แต่ยังมีอิทธิพลอย่างน้อยถึงเดือนพฤษภาคม 2570

ขณะเดียวกัน สำนักพยากรณ์ Climate Prediction Center ของสหรัฐฯ (NOAA) ประเมินว่า โอกาสเกิดเอลนีโญจะเพิ่มขึ้นเป็น 82% ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 และมีแนวโน้มสูงต่อเนื่องจนถึงต้นปีหน้า โดยช่วงพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 มีโอกาสเกิดเอลนีโญระดับรุนแรงและรุนแรงมากรวมกันสูงถึงราว 67%

นักวิชาการด้านภูมิอากาศเตือนว่า เอลนีโญไม่ได้หมายความว่าฝนจะหายไปทั้งหมด แต่จะทำให้ฝน “แกว่ง” มากขึ้น คือบางช่วงฝนตกหนักผิดปกติ แต่บางช่วงอาจเกิดฝนทิ้งช่วงยาวนาน ส่งผลต่อทั้งภาคเกษตร น้ำต้นทุน และการบริหารจัดการน้ำของประเทศ

สำหรับแนวโน้มฝนในประเทศไทย ช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2569 พื้นที่ภาคตะวันตก ภาคเหนือบางส่วน และภาคใต้ตอนบน อาจมีฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ขณะที่ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และอีสานตอนล่าง เริ่มมีความเสี่ยงฝนกระจายไม่สม่ำเสมอ

ส่วนช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญของการกักเก็บน้ำต้นทุน สัญญาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเริ่มชัดเจนขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ที่อาจเผชิญฝนทิ้งช่วงต่อเนื่อง หากไม่มีพายุเข้าเติมน้ำ อาจทำให้ปริมาณน้ำสะสมปลายฤดูต่ำกว่าที่คาด และส่งผลต่อฤดูแล้งปี 2570

เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม ซึ่งเอลนีโญเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ฝนปลายฤดูของไทยตอนบนมีแนวโน้มลดลงเร็วกว่าปกติ โดยภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสาน มีโอกาสฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่เดือนพฤศจิกายน ภาคใต้กลับต้องเฝ้าระวังฝนมากกว่าปกติ และเสี่ยงเกิดน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนใหญ่ของภาคใต้

นอกจากนี้ แบบจำลองจากสถาบันวิจัยระหว่างประเทศเพื่อภูมิอากาศและสังคม (IRI) มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ยังชี้ว่า ประเทศไทยจะเผชิญอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงพฤศจิกายน 2569 ส่งผลให้การระเหยของน้ำเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้น้ำสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะแรงงานกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ผู้เชี่ยวชาญแนะให้ทุกภาคส่วนเริ่มเตรียมแผนรับมืออย่างจริงจัง ทั้งการบริหารน้ำข้ามปี การเก็บกักน้ำช่วงฝนมา การเตรียมระบบระบายน้ำรับฝนหนัก รวมถึงการวางแผนเพาะปลูกอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะพืชใช้น้ำมากที่ควรรอให้ฝนตั้งหลักก่อนเพาะปลูก

ขณะที่ภาคใต้ต้องจับตาความเสี่ยงฝุ่นควันข้ามแดนจากอินโดนีเซียในช่วงกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งอาจรุนแรงขึ้นหากฝนลดลงจากอิทธิพลของทั้งเอลนีโญและปรากฏการณ์ Indian Ocean Dipole หรือ IOD ที่เริ่มมีแนวโน้มเป็นบวก

นักวิชาการย้ำว่า ในยุค “โลกรวน” ความผันผวนของสภาพอากาศจะยิ่งรุนแรงและคาดเดายากขึ้น แม้บางพื้นที่จะมีฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย แต่ก็ยังสามารถเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก หรือดินถล่มจากฝนหนักระยะสั้นได้ จึงจำเป็นต้องติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมรับมือด้วยความไม่ประมาท

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง