รีเซต

โลกเสี่ยงเจอ “ซูเปอร์เอลนีโญ” วิกฤตอาหาร-น้ำอาจลุกลามทั่วโลก

โลกเสี่ยงเจอ “ซูเปอร์เอลนีโญ” วิกฤตอาหาร-น้ำอาจลุกลามทั่วโลก
TNN ช่อง16
18 พฤษภาคม 2569 ( 10:00 )

องค์การด้านมนุษยธรรมและนักอุตุนิยมวิทยา เตือนว่า โลกอาจเผชิญ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ภายในปลายปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อความมั่นคงด้านอาหารและน้ำในหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม โรคระบาด และการขาดแคลนอาหาร โดยเฉพาะในประเทศที่เปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศ

นักอุตุนิยมวิทยาจาก AccuWeather คาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเริ่มก่อตัวในช่วงกลางปีนี้ และอาจทวีกำลังเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ได้เร็วที่สุดในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ก่อนจะรุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2026 หรือต้นปี 2027 ซึ่งอาจเทียบได้กับเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ OCHA ระบุว่า กำลังเตรียมมาตรการล่วงหน้าเพื่อรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเตือนว่า เอลนีโญรุนแรงสามารถก่อให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ ภัยแล้ง ความอดอยาก การระบาดของโรค และการอพยพของประชาชนในวงกว้าง

OCHA ระบุว่า โดยทั่วไป เอลนีโญจะเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้งในอเมริกากลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคซาเฮลในแอฟริกา และแอฟริกาตอนใต้ ขณะที่แอฟริกาตะวันออกและอเมริกาใต้จะมีความเสี่ยงเผชิญน้ำท่วมมากขึ้น

รายงานยังยกตัวอย่างผลกระทบจากเอลนีโญรุนแรงในช่วงปี 2023-2024 ซึ่งทำให้ประชาชนกว่า 30 ล้านคนในแอฟริกาตอนใต้ ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หลังภูมิภาคดังกล่าวเผชิญภัยแล้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบกว่า 100 ปี และมีปริมาณฝนต่ำสุดในรอบ 40 ปี

สำหรับภาคเกษตรกรรม ภัยแล้งอาจทำให้ผลผลิตลดลง ปศุสัตว์ล้มตาย และประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดได้ยากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่พึ่งพาการเกษตรจากน้ำฝน ซึ่งหากฤดูฝนล้มเหลว อาจทำให้ครอบครัวจำนวนมากไม่มีทั้งอาหารบริโภคและรายได้จากการขายผลผลิต เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะทุพโภชนาการในระยะยาว

ในอีกด้านหนึ่ง น้ำท่วมจากฝนตกหนักก็สามารถทำลายพื้นที่เพาะปลูก ปนเปื้อนแหล่งน้ำดื่ม สร้างความเสียหายต่อถนนและระบบขนส่งอาหาร รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของโรคที่มากับน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เผชิญความยากจน ความขัดแย้ง หรือภัยพิบัติซ้ำซ้อนอยู่แล้ว

นอกจากนี้ เอลนีโญยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล องค์การนาซาระบุว่า เอลนีโญรุนแรงทำให้ปริมาณแพลงก์ตอนพืช ซึ่งเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อาหารในทะเล ลดลง เนื่องจากน้ำทะเลอุ่นจะยับยั้งการไหลเวียนของน้ำเย็นที่อุดมด้วยสารอาหารบริเวณเส้นศูนย์สูตรและชายฝั่งเปรู-ชิลี

นักวิทยาศาสตร์ของนาซาระบุว่า เมื่อแพลงก์ตอนพืชลดลง ปริมาณปลาก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประมงและเศรษฐกิจชายฝั่ง โดยในช่วงเอลนีโญปี 1997-1998 เคยเกิดการล่มสลายครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมปลากะตักนอกชายฝั่งชิลี สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนักแก่ชาวประมงในพื้นที่

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผลกระทบของเอลนีโญครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง ตำแหน่งของมวลน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิก และระยะเวลาที่ยืดเยื้อ แต่คาดว่าผลกระทบสำคัญทั่วโลกจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นในช่วงต้นปีหน้า

ขณะเดียวกัน OCHA ระบุว่า ความกังวลสำคัญไม่ได้อยู่แค่เรื่องสภาพอากาศ แต่รวมถึงผลกระทบลูกโซ่ที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำแห้งขอด พืชผลเสียหาย ราคาอาหารสูงขึ้น ระบบสาธารณสุขตึงตัว และการอพยพของประชาชนเพื่อหาอาหาร น้ำ และรายได้ในการดำรงชีวิต

องค์การสหประชาชาติจึงเร่งเตรียมแผนรับมือเชิงรุก เพื่อปกป้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ก่อนที่ภัยแล้ง น้ำท่วม และวิกฤตความอดอยากจะทวีความรุนแรงในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง