“เมดิเตอร์เรเนียน” ไม่ปลอดภัย นักวิทย์เตือน “เฮอริเคนยุคใหม่” กำลังก่อตัว

ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอาจเป็นภาพจำของชายหาด เมืองท่องเที่ยว และอารยธรรมโบราณริมทะเล แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พื้นที่แห่งนี้กำลังเผชิญปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือ “พายุเฮอริเคนเมดิเตอร์เรเนียน” หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า Medicanes พายุลักษณะนี้แม้จะเกิดไม่บ่อยเท่าเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมีสภาพเหมาะสมต่อการก่อตัวของพายุรุนแรงมากขึ้น และในอนาคต พายุเหล่านี้อาจสร้างความเสียหายหนักกว่าเดิมหลายเท่า
นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า เฮอริเคนต้องอาศัยน้ำทะเลอุ่นเป็นแหล่งพลังงาน ยิ่งอุณหภูมิน้ำสูง การระเหยของน้ำก็ยิ่งมาก ทำให้อากาศมีความชื้นสะสมมากขึ้น เมื่อความชื้นเหล่านี้ลอยตัวขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศและควบแน่น จะปล่อยพลังงานออกมาจำนวนมหาศาล จนกลายเป็นพายุหมุนรุนแรง หลักการเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แม้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะมีขนาดเล็กกว่ามหาสมุทรที่เป็นแหล่งกำเนิดเฮอริเคนทั่วไป แต่ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์พบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงผิดปกติกำลังเพิ่มโอกาสให้เกิดพายุคล้ายเฮอริเคนมากขึ้น โดยเฉพาะพายุที่เรียกว่า “Medicane” ซึ่งมีลักษณะคล้ายไซโคลนเขตร้อน ทั้งลมแรง ฝนตกหนัก และมี “ตาพายุ” ตรงกลางคล้ายเฮอริเคนจริง
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ “Storm Daniel” ที่เกิดขึ้นในปี 2023 ซึ่งถล่มกรีซและลิเบียจนกลายเป็นหนึ่งในพายุที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์เมดิเตอร์เรเนียน งานวิจัยล่าสุดระบุว่า อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงผิดปกติมีส่วนสำคัญต่อความรุนแรงของพายุลูกนี้ ทั้งในด้านความเร็วลมและปริมาณฝนมหาศาลที่ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้อนาคตจำนวนพายุอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ “ความรุนแรง” ของพายุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน เพราะน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นจะทำหน้าที่เหมือนเชื้อเพลิงให้พายุแข็งแกร่งกว่าเดิม ขณะเดียวกัน อากาศที่อุ่นขึ้นยังสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้น ส่งผลให้พายุมีฝนตกหนักขึ้นและสร้างน้ำท่วมรุนแรงกว่าเดิม
นอกจากพายุแล้ว ภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนยังถูกจัดเป็นหนึ่งใน “จุดเปราะบาง” ของโลกต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะกำลังเผชิญทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า น้ำทะเลสูง และฝนสุดขั้วในเวลาเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าอุณหภูมิในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าหลายพื้นที่ของโลก และทะเลที่อุ่นขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของผู้คนริมชายฝั่ง
สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมีประชากรหนาแน่นและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอยู่ใกล้ชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยว ท่าเรือ หรือแหล่งมรดกโลก หากพายุรุนแรงขึ้นจริง ผลกระทบจากคลื่นพายุซัดฝั่ง น้ำท่วม และฝนตกหนัก อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรมอย่างมหาศาล
ปรากฏการณ์นี้จึงสะท้อนว่า ภาวะโลกร้อนไม่ได้เปลี่ยนแค่ “อุณหภูมิ” ของโลก แต่กำลังเปลี่ยนภูมิศาสตร์ของภัยพิบัติทางธรรมชาติ หลายพื้นที่ที่ไม่เคยถูกมองว่าเสี่ยงเฮอริเคน อาจต้องเริ่มเผชิญพายุที่รุนแรงขึ้นในอนาคต และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอาจกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิใหม่ของวิกฤตสภาพภูมิอากาศในศตวรรษนี้
นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสามารถก่อกำเนิดพายุคล้ายเฮอริเคนได้ และภาวะโลกร้อนกำลังทำให้พายุเหล่านี้รุนแรงขึ้น น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นช่วยเพิ่มพลังงานและความชื้นให้พายุ ส่งผลให้เกิดฝนหนัก ลมแรง และน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้น ตัวอย่างสำคัญคือ Storm Daniel ในปี 2023 ที่สร้างความเสียหายหนักในกรีซและลิเบีย
ภาพ: Reuters
ที่มา: theconversation.com
_____
#TNNEARTH #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ #ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน #โลกร้อน #พายุ
_____
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
