“เอลนีโญ” จ่อซ้ำเติมภัยแล้งในออสเตรเลีย เพิ่มความเสี่ยงไฟป่าหนักกว่าเดิม

ข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลีย ระบุว่า ปริมาณฝนในเดือนเมษายนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในทุกรัฐของประเทศ โดยรัฐนิวเซาท์เวลส์ มีปริมาณน้ำฝนเพียงร้อยละ 13 ของค่าเฉลี่ยปกติ ทำให้เดือนเมษายน 2026 เป็นเดือนเมษายนที่ร้อนและแห้งแล้งที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากปี 1997 นับตั้งแต่มีการบันทึกมา ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจาความกดอากาศสูงที่ปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝนตกน้อยและสภาพอากาศแห้งยาวนาน
นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ความชื้นในดินของหลายพื้นที่ลดลงอย่างมาก จนเริ่มส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในฤดูกาลถัดไป พื้นที่การเกษตรจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะดินแห้ง ขณะที่แหล่งกักเก็บน้ำหลายแห่งมีปริมาณน้ำต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของความจุ โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่สำคัญของประเทศ
ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกจับตา เนื่องจากปกติแล้วปรากฏการณ์นี้มักทำให้ออสเตรเลียมีสภาพอากาศแห้งกว่าปกติ และมีโอกาสเกิดคลื่นความร้อนและไฟป่ามากขึ้น แม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเอลนีโญปีนี้จะรุนแรงมากน้อยเพียงใด แต่มีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังกลายเป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อภัยแล้งมากกว่าเดิม
แม้ว่าปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ไม่จำเป็นต้องทำให้ฝนตกน้อยทุกครั้ง แต่สามารถเพิ่ม “ความเป็นไปได้” ที่สภาพอากาศจะแห้งและร้อนมากกว่าปกติ โดยผลกระทบมักเห็นได้ชัดเจนในช่วงฤดูใบไม้ผลิของออสเตรเลีย ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ของออสเตรเลียกำลังเข้าสู่ของภาวะแห้งแล้งต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยเฉพาะบางส่วนของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ควีนส์แลนด์ เวสเทิร์นออสเตรเลีย วิกตอเรีย และแทสเมเนีย ที่มีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่องหลายปี นอกจากนี้ยังพบว่าฝนในฤดูหนาวของภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทำให้รูปแบบฝนเปลี่ยนไปในระยะยาว
เมื่อปี 2025 ออสเตรเลียเพิ่งผ่านปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับสี่ในประวัติศาสตร์ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งประเทศสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1.23 องศาเซลเซียส นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ภาวะโลกร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า เกิดบ่อยและรุนแรงมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
