โลกร้อนกำลังกัดกร่อน “ซิกกูแรตแห่งอูร์” ของอิรัก ประวัติศาสตร์มนุษย์อายุ 4,000 ปี

ท่ามกลางผืนทะเลทรายทางตอนใต้ของอิรัก ซิกกูแรตแห่งอูร์ มหาวิหารขั้นบันไดอายุกว่า 4,000 ปี ยังคงตั้งตระหง่านเป็นร่องรอยของหนึ่งในอารยธรรมแรกของโลก แต่วันนี้โบราณสถานแห่งนี้กำลังเผชิญภัยคุกคามครั้งใหม่ที่ไม่ใช่สงครามหรือการรุกราน หากแต่เป็น “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่กำลังกัดกร่อนประวัติศาสตร์มนุษยชาติอย่างช้า ๆ จนผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากไม่มีการบูรณะต่อเนื่อง มรดกโลกแห่งนี้อาจเสี่ยงพังทลายลงในอนาคต
ซิกกูแรตแห่งอูร์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ตั้งอยู่ในจังหวัดดีการ์ ทางตอนใต้ของอิรัก เป็นวิหารพีระมิดขั้นบันไดขนาดใหญ่ที่ชาวสุเมเรียนสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ “นันนา” เมื่อกว่า 4,000 ปีก่อน โบราณสถานแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างสถาปัตยกรรมเมโสโปเตเมียโบราณที่สมบูรณ์ที่สุด และสะท้อนความรุ่งเรืองของอารยธรรมสุเมเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในอารยธรรมแรกของโลก
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโบราณสถานแห่งนี้กำลังเผชิญปัญหาการกัดเซาะที่รุนแรงขึ้นจากสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งลมแรง ความชื้น และฝนที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะโลกร้อน นักโบราณคดี Karrar Jamal Abed ระบุว่า อาคารโบราณในเมืองอูร์กำลังอยู่ใน “ภาวะฉุกเฉิน” เพราะสภาพอากาศทำให้โครงสร้างเสื่อมสภาพโดยตรง และเสี่ยงต่อการพังถล่มหากไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน
รัฐบาลอิรักจึงจัดสรรงบประมาณเบื้องต้นราว 500 ล้านดินาร์อิรัก หรือประมาณ 381,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเริ่มต้นโครงการอนุรักษ์และบูรณะซิกกูแรตแห่งอูร์ในระยะแรก โดยคาดว่างานบูรณะจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้
Kadhim Hassoun Honeihin ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและสมาชิกคณะกรรมการบูรณะ เปิดเผยว่า ทีมงานใช้วิธีดั้งเดิมและวัสดุที่ผลิตในท้องถิ่นเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ถูกกัดเซาะ โดยพยายามรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมเอาไว้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ปัญหาใหญ่คือพื้นที่โดยรอบไม่มีทั้งแนวป้องกันธรรมชาติ เช่น พื้นที่เกษตรกรรม หรือสิ่งก่อสร้างที่ช่วยลดแรงพายุและลมเหมือนในอดีต ส่งผลให้ตัวโบราณสถานต้องเผชิญสภาพอากาศโดยตรงตลอดเวลา และอาจจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาเป็นระยะในอนาคต หากยังไม่มีการสร้างแนวป้องกันเพิ่มเติม
อิรักเองเผชิญความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรมมานานหลายทศวรรษ ทั้งจากสงครามอิหร่าน-อิรักในช่วงทศวรรษ 1980 สงครามอ่าวเปอร์เซีย การรุกรานของสหรัฐฯ ในปี 2003 รวมถึงความรุนแรงจากกลุ่มรัฐอิสลาม แต่ในวันนี้ ภัยคุกคามสำคัญกลับกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังส่งผลต่อทั้งระบบนิเวศ การเกษตร และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของประเทศ
เมืองอูร์ยังมีความสำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ เพราะเชื่อกันว่าเป็นบ้านเกิดของอับราฮัม บุคคลสำคัญในคัมภีร์ไบเบิล ขณะที่นครบาบิโลน อดีตเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ ก็เป็นอีกหนึ่งสมบัติล้ำค่าของอิรักที่กำลังเผชิญความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศเช่นเดียวกัน
วิกฤตที่เกิดขึ้นกับซิกกูแรตแห่งอูร์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอาคารโบราณแห่งหนึ่ง แต่สะท้อนว่า ภาวะโลกร้อนไม่ได้คุกคามแค่ธรรมชาติหรือชีวิตผู้คนเท่านั้น หากยังอาจทำให้หน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติค่อย ๆ ถูกลบเลือนหายไปทีละส่วน
ซิกกูแรตแห่งอูร์ โบราณสถานอายุกว่า 4,000 ปีในอิรัก กำลังเผชิญการกัดเซาะรุนแรงจากภาวะโลกร้อน ลม ฝน และความชื้น ทำให้เสี่ยงพังทลาย รัฐบาลอิรักจึงเร่งบูรณะด้วยวิธีดั้งเดิม ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากไม่มีแนวป้องกันและการดูแลต่อเนื่อง มรดกโลกแห่งนี้อาจได้รับความเสียหายหนักในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
