รีเซต

เส้นทางเชียงใหม่ มรดกล้านนา สู่เมือง “มรดกโลก” ไทยได้ประโยชน์อะไร หากได้ขึ้นทะเบียน ?

เส้นทางเชียงใหม่ มรดกล้านนา สู่เมือง “มรดกโลก” ไทยได้ประโยชน์อะไร หากได้ขึ้นทะเบียน ?
TNN ช่อง16
4 สิงหาคม 2569 ( 12:02 )

เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา เมืองประวัติศาสตร์ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดึงดูดนักท่องเที่ยวมหาศาล กำลังถูกพิจารณาเป็นเมืองมรดกที่มีชีวิต จากยูเนสโก 

หากเชียงใหม่ได้เป็นมรดกโลก จะเป็นผลดีต่อไทยอย่างไรบ้าง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนไหน ที่ผ่านมาไทยมีมรดกโลกที่ไหนบ้าง ? 

ปี 2569 ถือเป็น 730 ปีแห่งการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นนครหลวงของอาณาจักรล้านนาในอดีต ทั้งยังเป็นโอกาสเสนอให้กลายเป็นเมืองมรดกโลกที่มีชีวิตด้วย 

แต่แม้จะถูกพิจารณาในปีนี้ แต่จริงๆ แล้วมีขั้นตอนมายาวนานกว่า 10 ปี โดยเชียงใหม่ ได้รับการบรรจุเข้าสู่ บัญชีมรดกโลกเบื้องต้น (Tentative List) ของยูเนสโกในปี พ.ศ. 2558 หลังจากนั้นหลายภาคส่วนได้ร่วมกันเตรียมความพร้อม จนกระทั่งในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ได้มีการจัดตั้ง “คณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก” เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบระยะเวลาของยูเนสโก

ก่อนที่ในปี 2568 มีการจัดทำเอกสารนำเสนอฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) และส่งไปยัง ศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในวันที่ 4-8 สิงหาคมนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) จะเข้ามาประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในเชียงใหม่ เพื่อรวบรวมข้อมูล และจะนำเสนอในวาระต่อไปในปลายปีนี้ 

ซึ่งหากไม่มีปัญหา และการประเมินเป็นไปด้วยดี คาดว่ายูเนสโกจะประกาศขึ้นทะเบียนเชียงใหม่เป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกรกฎาคม ปีหน้า

โดยการขับเคลื่อนและเสนอชื่อเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ มีเป้าหมายให้ชาวโลกเห็นว่าเชียงใหม่คือ “เมืองมรดกที่มีชีวิต” (Living Heritage) ที่พุทธศาสนา ความเชื่อ และผังเมืองโบราณยังคงขับเคลื่อนวิถีชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

8 แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกเสนอและพิจารณา

แหล่งมรดกที่ถูกเสนอนั้น มีองค์ประกอบคือ เมืองเชียงใหม่ และโบราณสถาณ สะท้อนภูมิปัญญา และมีความสำคัญระดับโลก ได้แก่ 

  1. แนวคูเมือง แจ่ง (มุม) กำแพง และประตูเมือง

  2. วัดเชียงมั่น

  3. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

  4. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

  5. วัดสวนดอก (วัดบุปผาราม)

  6. วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม

  7. วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

  8. วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด)

โดยยูเนสโกพิจารณาเชียงใหม่ตามหลักเกณฑ์สำคัญ คือ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการการสร้างเมืองและคติความเชื่อทางพุทธศาสนาที่รับอิทธิพลจากศิลปะหริภุญชัย พุกาม และสุโขทัย จนหลอมรวมเป็น “ศิลปะแบบล้านนา” ที่มีอัตลักษณ์ของตนเองและยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ทั้งยังเป็นตัวแทนของเมืองโบราณล้านนาที่ยังมีชีวิต มีหลักฐานทางโบราณคดีและงานศิลปกรรมที่แสดงถึงการนับถือพุทธศาสนาแบบเถรวาทต่อเนื่องมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19

ซึ่งหากเชียงใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น จะมีประโยชน์ต่อไทยในด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงหากเกิดเหตุภัยพิบัติ เช่น อุทกภัยหรือแผ่นดินไหว เชียงใหม่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณและผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกในการบูรณะซ่อมแซม

ทั้งจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงเมืองอย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้า (EV) โครงการรถสี่ล้อแดงไฟฟ้า และการจัดการจอดรถแบบ Park & Ride และเป็นการส่งเสริมให้คนท้องถิ่นร่วมกันปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม 

ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วทั้งหมด 9 แห่ง โดยแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 6 แห่ง และทางธรรมชาติ 3 แห่ง แหล่งล่าสุดคือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ดังนั้น หากเชียงใหม่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนตามความคาดหมายในปี พ.ศ. 2570 เชียงใหม่จะเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 10 ของประเทศไทย และจะเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 7 ของประเทศ ต่อจากพระนครศรีอยุธยา, สุโขทัยและเมืองบริวาร, บ้านเชียง, ศรีเทพ, ภูพระบาท และวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง