รีเซต

เปิดข้อมูล “ดอยอินทนนท์” ว่าที่อุทยานมรดกอาเซียน

เปิดข้อมูล “ดอยอินทนนท์” ว่าที่อุทยานมรดกอาเซียน
TNN ช่อง16
15 กันยายน 2569 ( 23:09 )

รัฐบาลเดินหน้าผลักดัน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ให้ได้รับการรับรองเป็น “อุทยานมรดกอาเซียน” หรือ ASEAN Heritage Park หลังคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติให้ความเห็นชอบ พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญของอาเซียน ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน 2569

วันที่ 15 กันยายน 2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการเสนออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นอุทยานมรดกอาเซียน ยังเชื่อมโยงกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่

ก่อนหน้านี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี หลังคณะกรรมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ มีมติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบให้นำเสนอพื้นที่ดอยอินทนนท์เข้าสู่กระบวนการรับรอง

ขั้นตอนสำคัญถัดไป คือ การลงพื้นที่ของคณะผู้เชี่ยวชาญจาก ศูนย์อาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ ASEAN Centre for Biodiversity (ACB) ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน 2569 เพื่อประเมินพื้นที่ตามหลักเกณฑ์ของอุทยานมรดกอาเซียน

ดอยอินทนนท์มีพื้นที่เกือบ 3 แสนไร่ ป่าธรรมชาติ 89.5%

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีพื้นที่ประมาณ 296,922.22 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 4 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และอำเภอดอยหล่อ

ข้อมูลของรัฐบาลระบุว่า พื้นที่ประมาณ 89.5% เป็นป่าธรรมชาติ ขณะที่มากกว่า 40.48% อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำคุณภาพชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำที่มีความสำคัญและต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด

ดอยอินทนนท์ยังเป็นส่วนสำคัญของแหล่งต้นน้ำแม่น้ำปิง ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยพื้นที่สามารถผลิตน้ำได้มากกว่า 540 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มีส่วนหล่อเลี้ยงประชาชนมากกว่า 35 หมู่บ้าน 74 ชุมชน ทั้งภายในและบริเวณโดยรอบอุทยาน

พบพืชกว่า 1,271 ชนิด สัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 393 ชนิด

อีกหนึ่งจุดเด่นของดอยอินทนนท์ คือ ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยพบพรรณพืชไม่น้อยกว่า 1,271 ชนิด และสัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 393 ชนิด ครอบคลุมทั้งชนิดพันธุ์หายาก ชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น และชนิดพันธุ์ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์

สัตว์ป่าสำคัญที่พบในพื้นที่ เช่น กวางผา เลียงผา และชะนีมือขาว นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบไลเคนชนิดใหม่จำนวน 21 ชนิด เพิ่มความสำคัญของพื้นที่ในด้านการศึกษาและวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ

ด้วยสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ดอยอินทนนท์ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและชนิดพันธุ์สำคัญ รวมถึงเป็นเส้นทางของนกอพยพระหว่างประเทศ

ยอดเขาสูงที่สุดในไทย 2,565 เมตร

ดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูง 2,565 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง สภาพภูมิประเทศและระดับความสูงที่แตกต่างกันทำให้พื้นที่มีระบบนิเวศหลายรูปแบบ และเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของภาคเหนือ

นอกจากบทบาทด้านการท่องเที่ยว ดอยอินทนนท์ยังเป็นทั้งพื้นที่ป่าต้นน้ำ แหล่งกักเก็บคาร์บอน และถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์จำนวนมาก ขณะเดียวกันยังมีชุมชนที่ดำรงชีวิตเชื่อมโยงกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลมองว่า การได้รับสถานะอุทยานมรดกอาเซียนจะช่วยเพิ่มมาตรฐานการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ เปิดโอกาสให้ประเทศไทยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเศรษฐกิจชุมชน

จากการประเมินพื้นที่ สู่การรับรองระดับอาเซียน

ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็น อุทยานมรดกอาเซียนแล้ว 10 แห่ง ส่วนดอยอินทนนท์ยังอยู่ระหว่างกระบวนการเสนอเพื่อขอรับรอง

หลังคณะผู้เชี่ยวชาญของ ACB ประเมินพื้นที่ในวันที่ 16-18 กันยายน 2569 แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการอุทยานมรดกอาเซียน ตามด้วย เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม และ การประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนเข้าสู่การรับรองอย่างเป็นทางการตามกระบวนการ

หากดอยอินทนนท์ผ่านการรับรอง จะเป็นอีกก้าวของไทยในการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค พร้อมสนับสนุนงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การศึกษา การวิจัย การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการสร้างรายได้ให้ชุมชนควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง