ซูเปอร์เอลนีโญจ่อถล่มแอฟริกา อาจฉุดเศรษฐกิจทั้งทวีป คาดกระทบนับแสนล้านบาท!

นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ปรากฏการณ์ เอลนีโญ (El Niño) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายพื้นที่ของทวีปแอฟริกาเผชิญทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุรุนแรง อาจมีความรุนแรงมากกว่าที่ประเมินไว้ หากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนพัฒนาเป็น "ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)" ซึ่งจะสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงของภูมิภาค
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผลกระทบของซูเปอร์เอลนีโญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคเกษตรกรรม หรือความมั่นคงด้านอาหารและทรัพยากรน้ำเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังของรัฐบาลและเสถียรภาพของภาคการเงินในหลายประเทศ หากเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จนทำให้รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการฟื้นฟู ขณะที่ประเทศที่มีข้อจำกัดด้านการคลังอาจเผชิญภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการชำระหนี้ในอนาคต
นายแอนโทนี นยอง ผู้อำนวยการฝ่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเติบโตสีเขียวของ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกา (African Development Bank: AfDB) เปิดเผยว่า ซูเปอร์เอลนีโญเพียงเหตุการณ์เดียวอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของทวีปแอฟริกาลดลงเฉลี่ย ร้อยละ 1-2 หรือคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 10,000-20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 337,000-674,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ AfDB เคยคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของทวีปแอฟริกาจะขยายตัว ร้อยละ 4.2 ในปี 2569 และเพิ่มเป็น ร้อยละ 4.4 ในปี 2570 โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านจะผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวจัดทำขึ้นก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะเริ่มคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการเกิดซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคต้องถูกทบทวนใหม่
นอกจากนี้ AfDB ยังประเมินว่า ภาคเกษตรกรรมของแอฟริกาอาจสูญเสียรายได้รวมเกือบ 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,122 ล้านบาท ภายในปีนี้ จากผลกระทบของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ภาคการประมงก็มีแนวโน้มได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น สภาพอากาศที่แปรปรวน และพายุที่มีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตลดลง กระทบต่อรายได้ของประชาชนจำนวนมาก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากซูเปอร์เอลนีโญเกิดขึ้นจริง ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทวีปแอฟริกา แต่ยังอาจส่งแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจโลก ผ่านการปรับตัวสูงขึ้นของราคาอาหาร ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน และความเสี่ยงด้านการคลังของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการลงทุนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเสริมสร้างความพร้อมรับมือภัยพิบัติในระยะยาว
ที่มา: Reuters
ภาพ: Reuters
_____
#TNNEARTH #ภาวะโลกร้อน #สภาพอากาศสุดขั้ว #คลื่นความร้อน #อากาศร้อน #ภัยคุกคามสุขภาพ #โลกเดือด #โลกร้อน #คลื่นความร้อน #แอนตาร์กติกา #น้ำแข็งละลาย #โลกเดือด