รีเซต

PDP2026 รับ AI-Data Center ดันไฟพุ่งถึงปี 2050

PDP2026 รับ AI-Data Center ดันไฟพุ่งถึงปี 2050
TNN ช่อง16
9 กันยายน 2569 ( 18:50 )

ยุค AI ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแค่วิธีทำงาน แต่กำลังเปลี่ยน “ความต้องการใช้ไฟ” ของประเทศด้วย เมื่อทั้ง Data Center, รถยนต์ไฟฟ้า (EV), EEC ระบบขนส่งทางราง และอุตสาหกรรมใหม่ กำลังกลายเป็น Demand ก้อนใหม่ที่ระบบไฟฟ้าไทยต้องเตรียมรับมือ

ร่าง PDP2026 ประเมินว่าในปี 2593 เฉพาะ EV จะเพิ่มความต้องการไฟฟ้าราว 91,736 GWh ขณะที่ Data Center จะเพิ่มอีกราว 42,468-55,744 GWh ยังไม่รวม EEC 7,791 GWh รถไฟความเร็วสูง 3,552 GWh และ MRT 708 GWh

โจทย์จึงไม่ใช่แค่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกเท่าไร แต่คือจะทำอย่างไรให้มีไฟเพียงพอในเวลาที่ต้องการ โดยยังรักษาความมั่นคงของระบบ ควบคุมต้นทุน และเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดไปพร้อมกัน

ช่วง 12 ปีแรก (2569–2580) PDP2026 จึงวาง “ฐานร่วม” ของทั้ง 4 กรณี ด้วยกำลังผลิตใหม่รวมประมาณ 50,900 MW ประกอบด้วย Solar 24,300 MW, Wind 2,700 MW, BESS 14,500 MW, โรงไฟฟ้าก๊าซ CCGT 9,100 MW และ SMR นำร่อง 300 MW

โดยเฉพาะเมื่อ Solar และ Wind มีบทบาทมากขึ้น ระบบไฟฟ้าก็ต้องมี BESS, Smart Grid และระบบส่งที่ยืดหยุ่น เข้ามาช่วยบริหารความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และรองรับรูปแบบการใช้ไฟที่เปลี่ยนไป

อีกด้านหนึ่ง Data Center และอุตสาหกรรมยุคใหม่ต้องการพลังงานสะอาดที่มากขึ้น PDP2026 จึงเชื่อมไปถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่เข้าถึงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนผ่าน Direct PPA และ TPA มากขึ้น


หลังปี 2580 ระบบไฟฟ้าไทยจะเข้าสู่ 4 ทางเลือกหลัก ซึ่งสะท้อนวิธีรับมือกับ Demand ที่เพิ่มขึ้นและเป้าหมายลดคาร์บอนที่แตกต่างกัน ได้แก่

  1. Base Case เดินหน้าตามกรอบปกติของภาคไฟฟ้า เน้นรักษาความมั่นคงของระบบ และใช้เป็นกรณีฐานสำหรับเปรียบเทียบ

  2. Net Zero by CCS ยังคงบทบาทของก๊าซธรรมชาติ แต่เพิ่มเทคโนโลยี CCS เพื่อดักจับและกักเก็บคาร์บอนจากการผลิตไฟฟ้า

  3. Net Zero by RE เร่งเพิ่ม Renewable Energy ให้มากที่สุด ลดบทบาทเชื้อเพลิงฟอสซิล และไม่ใช้ CCS โดยปลายแผนมีสัดส่วนพลังงานสะอาดสูงสุดถึง 89%

  4. Net Zero by RE & CCS ใช้แนวทางผสม ทั้งพลังงานหมุนเวียน ก๊าซธรรมชาติ และ CCS เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างสมดุลระหว่างการลดคาร์บอน ความมั่นคง และต้นทุน

ความแตกต่างของทั้ง 4 ทางเลือกจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า จะสร้างโรงไฟฟ้าแบบไหน แต่ยังหมายถึงระดับการลงทุนใน Renewable Energy, BESS, ก๊าซธรรมชาติ, SMR และ CCS ที่แตกต่างกัน โดยสัดส่วนพลังงานสะอาดในปี 2593 อยู่ตั้งแต่ 65% ใน Base Case และ Net Zero by CCS, 73% ใน Net Zero by RE & CCS ไปจนถึง 89% ใน Net Zero by RE

ทั้งหมดนี้คือการเตรียมทางเลือกไว้รองรับอนาคต เพราะอีกกว่า 20 ปีข้างหน้า ทั้งความต้องการใช้ไฟ ต้นทุนเทคโนโลยี และความพร้อมของ CCS, SMR หรือระบบกักเก็บพลังงานอาจเปลี่ยนไปจากที่คาดการณ์ไว้ในวันนี้ก็ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง