เกิดมาในยุคโลกเดือด เสี่ยงเรียนได้น้อยลง “โลกร้อน” กระทบเด็กตั้งแต่ในครรภ์

เมื่อพูดถึงผลกระทบของโลกร้อน หลายคนอาจนึกถึงคลื่นความร้อน น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือไฟป่า แต่ผลกระทบอาจรุนแรงกว่านั้น เพราะสภาพอากาศสุดขั้วไม่ได้กระทบเพียงชีวิตความเป็นอยู่ในวันนี้ หากยังสามารถส่งผลต่อ “โอกาสในชีวิต” ของเด็กตั้งแต่ก่อนเกิด โดยเฉพาะด้านสุขภาพ พัฒนาการ และการศึกษา งานวิจัยชี้ว่าเด็กที่เผชิญความร้อนจัด น้ำท่วม หรือภัยแล้งตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์และวัยเด็ก อาจมีพัฒนาการด้อยลง เข้าเรียนช้าลง และเรียนหนังสือได้น้อยกว่าคนรุ่นเดียวกันในระยะยาว
บทความ “Too hot to learn: How climate change hurts children’s chances from birth” ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นปัจจัยที่กระทบการศึกษาของเด็กตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เข้าโรงเรียน
นักวิจัยศึกษาผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ ในช่วงที่มารดาตั้งครรภ์และช่วงวัยเด็กตอนต้น พบความเชื่อมโยงกับน้ำหนักแรกเกิดที่ต่ำลง พัฒนาการในวัยเด็กที่แย่ลง การเข้าเรียนที่ล่าช้า อัตราการเข้าเรียนที่ลดลง และจำนวนปีที่เด็กอยู่ในระบบการศึกษาน้อยลง โดยผลกระทบมีแนวโน้มรุนแรงกว่าในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ซึ่งครอบครัวมีทรัพยากรจำกัดในการรับมือกับวิกฤต
ตัวอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในเอกวาดอร์ นักวิจัยติดตามเด็กที่แม่เผชิญน้ำท่วมรุนแรงจากปรากฏการณ์เอลนีโญระหว่างตั้งครรภ์ พบว่า ยิ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนานขึ้น ครอบครัวมีรายได้และการบริโภคอาหารลดลงในปีถัดมา ขณะที่เด็กที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่อยู่ในครรภ์มีแนวโน้มที่จะมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ เป็นโรคโลหิตจาง ตัวเตี้ยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน และมีผลการทดสอบด้านการคิดและภาษาแย่ลง
ส่วนในพื้นที่ชนบทของบูร์กินาฟาโซ เด็กที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ต่ำผิดปกติตั้งแต่ก่อนเกิด มีคะแนนด้านการคิดและการเรียนรู้ต่ำกว่าเด็กกลุ่มอื่น อีกทั้งมีแนวโน้มเข้าโรงเรียนช้ากว่า มีโอกาสเข้าสู่ระบบการศึกษาน้อยลง และมีโอกาสต้องออกไปทำงานมากขึ้น
ขณะที่ “ความร้อน” ก็เป็นอีกหนึ่งภัยที่น่ากังวล งานวิจัยจาก 29 ประเทศในเขตร้อนพบว่า เด็กที่เผชิญอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมากในช่วงตั้งครรภ์และวัยเด็กตอนต้น โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการคาดการณ์ว่าจะเรียนหนังสือน้อยลงประมาณ 1.5 ปีเมื่อเทียบกับเด็กที่ได้รับอุณหภูมิตามค่าเฉลี่ยปกติ
งานวิจัยทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนงานศึกษาจำนวน 254 ชิ้น โดย 90 ชิ้นเป็นงานวิจัยเชิงสถิติที่นำมาวิเคราะห์เป็นหลัก และพบรูปแบบที่สอดคล้องกันว่า สภาพอากาศสุดขั้วในช่วงตั้งครรภ์และวัยเด็กตอนต้นสามารถส่งผลต่อสุขภาพ การเรียนรู้ และจำนวนปีที่เด็กจะได้รับการศึกษาในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคนในระดับเดียวกัน เพราะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและช่วงเวลาที่เกิดภัย รวมถึงฐานะของครอบครัวด้วย หากครอบครัวมีเงินออม ประกัน หรือเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ดี ก็มีโอกาสฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้มากกว่า แต่สำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อย เหตุการณ์เดียวกันอาจหมายถึงการลดค่าอาหาร ไม่สามารถไปพบแพทย์ หรือแม้แต่ต้องให้เด็กออกจากโรงเรียนไปช่วยหารายได้
นั่นทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เพียงสร้างความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสามารถขยาย “ความเหลื่อมล้ำ” ทางเศรษฐกิจและการศึกษาให้รุนแรงขึ้นด้วย และเด็กที่มีความเสี่ยงสูงจำนวนมากกลับอาศัยอยู่ในประเทศที่มีส่วนต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว
อย่างไรก็ตาม เด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีอนาคตที่แย่ลงเสมอไป เพราะงานวิจัยพบว่าการช่วยเหลือที่เหมาะสมสามารถลดผลกระทบได้ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ “ระบบคุ้มครองทางสังคม” เช่น การช่วยเหลือเป็นเงินสดแก่ครอบครัว
จากงานวิจัย 6 ชิ้นที่ศึกษาผลของการช่วยเหลือด้วยเงินสดในช่วงภัยแล้ง น้ำท่วม หรือพายุ พบว่า 4 ชิ้นพบผลเชิงบวกต่อการศึกษา โดยงานวิจัยในชนบทของเม็กซิโกพบว่า เด็กที่ครอบครัวได้รับเงินช่วยเหลือผ่านโครงการ Progresaมีความเสียหายด้านการศึกษาน้อยกว่าเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือในลักษณะเดียวกันดังนั้น การช่วยเหลือครอบครัวให้ยังสามารถซื้ออาหาร เข้าถึงบริการสุขภาพ และส่งเด็กไปโรงเรียนได้ในช่วงเกิดภัยพิบัติ จึงเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันไม่ให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศกลายเป็นวิกฤตทางการศึกษาในระยะยาว
งานวิจัยชี้ว่าโลกร้อนอาจกระทบ “อนาคตของเด็ก” ตั้งแต่ยังไม่เกิด เพราะน้ำท่วม ภัยแล้ง และความร้อนจัดระหว่างตั้งครรภ์และวัยเด็ก สามารถกระทบโภชนาการ สุขภาพ พัฒนาการ และความสามารถในการเรียนรู้
ข้อมูลจากหลายประเทศพบว่า เด็กที่เผชิญอุณหภูมิสูงผิดปกติในช่วงแรกของชีวิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจเรียนหนังสือน้อยลงราว 1.5 ปีเมื่อเทียบกับเด็กที่ไม่ได้เผชิญความร้อนผิดปกติ ขณะที่ภัยแล้งและน้ำท่วมก็เชื่อมโยงกับการเข้าเรียนล่าช้าและจำนวนปีการศึกษาที่ลดลง
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “เด็กเรียนไม่ได้เพราะอากาศร้อน” แต่คือวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังสร้างความเหลื่อมล้ำตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิตและการลงทุนช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ระบบสาธารณสุข และการคุ้มครองทางสังคม อาจช่วยลดผลกระทบระยะยาวได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
