รีเซต

ไม่ไหว บอกไหว! 5 สัญญาณเตือนของ "หัวใจ" ที่บอกว่าคุณกำลังเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

ไม่ไหว บอกไหว! 5 สัญญาณเตือนของ "หัวใจ" ที่บอกว่าคุณกำลังเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
TNN ช่อง16
29 กันยายน 2569 ( 12:24 )

ทุกวันที่ 29 กันยายนของทุกปี เป็น วันหัวใจโลก (World Heart Day) วันที่ทั่วโลกร่วมกันสร้างความตระหนักถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลก


หลายคนอาจคิดว่า “โรคหัวใจ” เป็นเรื่องของผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริง คนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่ก็สามารถมีความเสี่ยงได้ โดยเฉพาะเมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ทั้งการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียดสะสม และการพักผ่อนไม่เพียงพอ


สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรู้ว่า “ใครเสี่ยง” แต่คือการรู้จักสังเกต สัญญาณเตือนจากร่างกาย ก่อนที่ปัญหาจะรุนแรง

5 สัญญาณเตือน “หัวใจเริ่มมีปัญหา” ที่ไม่ควรมองข้าม

1. แน่นหรือเจ็บหน้าอก

อาจรู้สึกแน่น จุก หรือเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางหน้าอกหรือด้านซ้ายของหน้าอก บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่แขน ไหล่ หลัง คอ หรือกราม

อาการอาจเกิดขึ้นขณะออกแรงหรือทำกิจกรรม และดีขึ้นเมื่อหยุดพัก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจขาดเลือด

หากเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้น เกิดบ่อยขึ้น หรือมีความรุนแรงมากกว่าเดิม ไม่ควรปล่อยผ่าน


2. เหนื่อยง่าย หรือหายใจลำบากผิดปกติ

หากทำกิจกรรมเดิม ๆ แต่กลับเหนื่อยมากกว่าเดิม เช่น เดินระยะสั้น ๆ หรือขึ้นบันไดเพียงไม่กี่ขั้นแล้วเหนื่อยผิดปกติ ควรสังเกตอาการ

รวมถึงอาการหายใจลำบากเมื่อนอนราบ ต้องหนุนหมอนสูงขึ้น หรือตื่นกลางดึกเพราะรู้สึกหายใจไม่สะดวก ก็เป็นอาการที่ควรได้รับการประเมิน


3. ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็ว เต้นรัว เต้นสะดุด หรือเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

หากใจสั่นเกิดขึ้นบ่อย หรือมีอาการร่วม เช่น เหนื่อย เจ็บหน้าอก วิงเวียน หรือหน้ามืด ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

4. วูบ หน้ามืด หรือเป็นลม

อาการวูบหรือเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการทำงานของหัวใจหรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด ซึ่งอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ

โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับใจสั่น เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยหอบ ควรได้รับการประเมินจากแพทย์


5. เท้า ข้อเท้า หรือขาบวม

หากพบว่าบริเวณเท้า ข้อเท้า หรือขาทั้งสองข้างบวม โดยเฉพาะลักษณะที่กดแล้วบุ๋ม อาจเกี่ยวข้องกับภาวะคั่งของน้ำในร่างกาย ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีภาวะหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มที่

อย่างไรก็ตาม อาการบวมเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง


ใครบ้างที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรดูแลสุขภาพและตรวจประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มี

• เบาหวาน

• ความดันโลหิตสูง

• ไขมันในเลือดสูง

• สูบบุหรี่

• ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก

• มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน

• ขาดการออกกำลังกาย

• มีความเครียดสะสม

• มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดตั้งแต่อายุน้อย


เจ็บหน้าอกแบบไหน ต้องรีบไปโรงพยาบาล?

หากมีอาการ แน่นหรือเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการร่วม เช่น เหงื่อออกมาก หายใจไม่อิ่ม เหนื่อยหอบ หน้ามืด ใจสั่น หรือมีอาการปวดร้าวไปที่แขน คอ กราม หรือหลัง


ไม่ควรรอดูอาการ และไม่ควรคิดว่าเดี๋ยวคงหายเอง

ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการประเมินโดยเร็ว เพราะในภาวะฉุกเฉินทางหัวใจ เวลาเป็นสิ่งสำคัญ การได้รับการตรวจและรักษาอย่างรวดเร็วอาจช่วยลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนได้


ดูแลหัวใจ เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้

การดูแลหัวใจไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการ แต่เริ่มได้จากการรู้จักปัจจัยเสี่ยงของตัวเอง ตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงบุหรี่


เพราะหัวใจทำงานอยู่ทุกวัน การดูแลหัวใจ จึงไม่ควรรอให้มีสัญญาณเตือน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง