รีเซต

อย่าชะล่าใจ! เตือนลุย “น้ำท่วม” เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

อย่าชะล่าใจ!  เตือนลุย “น้ำท่วม”  เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
TNN ช่อง16
29 กันยายน 2569 ( 13:00 )
12

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับน้ำท่วมขังไม่ได้มีเพียงความเสี่ยงจากการพลัดตกหรือของมีคมใต้น้ำเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า จึงควรเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันตัวเองทุกครั้งที่ต้องสัมผัสน้ำท่วม

 


หนึ่งในโรคที่ต้องระวังอย่างมากคือ โรคเลปโตสไปโรสิส หรือโรคฉี่หนู ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์ เช่น หนู สุนัข วัว และควาย และสามารถปนเปื้อนมากับน้ำท่วม เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล ผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำ รวมถึงเยื่อบุตาและปาก

 

อาการมักเริ่มแสดงหลังสัมผัสน้ำประมาณ 1–2 สัปดาห์ โดยอาการสำคัญคือ ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา รวมถึงอาจมีอาการตาแดง


หากมีอาการรุนแรง อาจพบตัวเหลืองตาเหลืองจากภาวะตับทำงานผิดปกติ ปัสสาวะน้อยลงจากภาวะไตวาย หรือไอเป็นเลือดจากเลือดออกในปอด ซึ่งหากได้รับการรักษาล่าช้า อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

นอกจากนี้ การแช่น้ำสกปรกและอับชื้นเป็นเวลานาน ยังเพิ่มความเสี่ยง โรคน้ำกัดเท้าและโรคผิวหนัง เพราะผิวหนังจะเปื่อยยุ่ยและอาจเกิดการติดเชื้อราหรือแบคทีเรียตามมา อาการที่พบได้ เช่น คัน ผื่นแดง ผิวหนังบริเวณซอกนิ้วเท้าเปื่อยลอกเป็นขุย แสบ มีกลิ่น หรือมีตุ่มพุพองและแผลอักเสบบวมแดง

 

อีกโรคที่ต้องระวังคือ โรคตาแดง ซึ่งอาจเกิดจากน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา หรือใช้มือที่สัมผัสน้ำท่วมมาขยี้ตา ทำให้เกิดอาการตาแดง ระคายเคือง แสบตา น้ำตาไหล มีขี้ตามาก และอาจแพ้แสงจนลืมตาสู้แสงไม่ได้

 

ส่วน โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง โรคบิด และอหิวาตกโรค อาจเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคจากน้ำท่วม อาการที่พบได้คือ ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นน้ำ ปวดบิดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน

 

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวม รองเท้าบูทยาง เพื่อป้องกันเท้าสัมผัสน้ำโดยตรงและลดความเสี่ยงจากของมีคมใต้น้ำ หากมีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณเท้าหรือขา ควรทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง และปิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำให้มิดชิดก่อนลงน้ำ

 

หลังขึ้นจากน้ำ ควรรีบล้างเท้าและขาด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที จากนั้นเช็ดผิวหนังให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า รวมถึงล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหาร ดื่มเฉพาะน้ำสะอาด เช่น น้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก และเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่

ขณะเดียวกัน ควรสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์มีพิษ และไม่ควรเดินเข้าใกล้เสาไฟหรือสายไฟที่จมน้ำ เพราะอาจมีความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้ารั่ว


หากหลังจากลุยน้ำท่วมประมาณ 1–2 สัปดาห์ มีอาการไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดน่อง ตาแดง หรือมีแผลอักเสบและเป็นหนอง ควรรีบพบแพทย์ และแจ้งประวัติว่ามีการเดินลุยน้ำท่วม เพื่อช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาได้อย่างเหมาะสม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง