วันลอยกระทงปีนี้ : ทำไมต้องเลือก 'กระทง' ให้เหมาะกับแหล่งน้ำ

วันลอยกระทงปีนี้ : ทำไมต้องเลือก 'กระทง' ให้เหมาะกับแหล่งน้ำ
TeaC
19 พฤศจิกายน 2564 ( 10:01 )
402
วันลอยกระทงปีนี้ : ทำไมต้องเลือก 'กระทง' ให้เหมาะกับแหล่งน้ำ

วันลอยกระทง 2564 ปีนี้!!! เราทุกคนก็มีส่วนช่วยลดปริมาณขยะ ลดโลกร้อน แถมยังสืบสานประเพณีที่ดีงามได้อีกด้วย วันนี้ TrueID มีเทคนิคในการเลือกกระทงลอย หลายคนอาจสงสัยแค่กระทงทำไมต้องเลือกด้วย ซื้อแบบไหนก็ลอยได้หมด แต่จริง ๆ แล้ว การเลือกกระทงลอยให้เหมาะกับแหล่งน้ำตามสถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่เปิดให้ทุกคนได้ร่วมประเพณี ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยลดขยะเท่านั้น แต่ยังช่วยแม่น้ำ สัตว์น้ำ ไม่ให้ได้เกิดน้ำเสีย หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำด้วยนะ เพราะเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ เราทุกคนต้องใส่ใจกัน เอาล่ะมาดูกันเลยดีกว่า

 

รู้หรือไม่? ขยะวันลอยกระทง แต่ละปีมีจำนวนเท่าไหร่

หากย้อนดูดูสถิติขยะที่เกิดจากกระทง ข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี 2555 - 2562 พบว่า

 

  • ปี 2555 เก็บกระทงได้ 916,354 ใบ เป็นกระทงทำจากโฟม 131,338 ใบ
  • ปี 2556 เก็บกระทงได้ 865,415 ใบ เป็นกระทงทำจากโฟม 107,848 ใบ
    ปี 2557 เก็บกระทงได้ 982,064 ใบ เป็นกระทงทำจากโฟม 96,069 ใบ
  • ปี 2558 เก็บกระทงได้ 825,614 ใบ เป็นกระทงทำจากโฟม 71,027 ใบ
  • ปี 2559 เก็บกระทงได้ 661,935 ใบ เป็นกระทงทำจากโฟม 44,034 ใบ– ปี 2560 เก็บกระทงได้ 811,945 ใบ เป็นกระทงทำจากโฟม 51,926 ใบ
  • ปี 2561 เก็บกระทงได้ 841,327 ใบ เป็นกระทงทำจากโฟม 44,883 ใบ
  • ปี 2562 เก็บกระทงได้ 502,024 ใบ เป็นกระทงทำจากโฟม 18,760 ใบ

 

เห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว! ถึงเวลาแล้วนะที่จะร่วมด้วยช่วยกันในการเลือกกระทงให้เหมาะกับแหล่งน้ำ ไม่เพียงช่วยลดขยะ ยังช่วยแม่น้ำ สัตว์น้ำด้วย

 

วิธีเลือก "กระทง" ลอย ให้เหมาะกับแหล่งน้ำ

ทุกวันนี้กระทงมีหลากหลายลวดลายมากขึ้น หลากหลายวัสดุมากขึ้น จากเดิมที่ใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ เดียวนี้จะพบเห็นกระทงที่ทำจาขนมปังบ้าง จากหยวกกล้ววยบ้าง ดังนั้น เพื่อเป็นการร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อมและร่วมสืบสานประเพณีด้วย มาเลือกกระทงให้เหมาะกับแหล่งน้ำกันเลย

 

1. กระทงขนมปัง 

ใครที่เลือกใช้กระทงขนมปัง ควรลอยในแหล่งน้ำที่มีปลา เพราะจะได้เป็นอาหารปลาไปเลย ดีกว่าลอยในแม่น้ำที่ไม่มีแล้วอาจกลายเป้ฯขยะสะสมทำน้ำเน่าเสียได้

 

2. กระทงหยวกกล้วย

เหมาะกับแหล่งน้ำที่มีเจ้าหน้าที่เก็บขนขึ้นมาและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น นำไปหมักทำปุ๋ย

 

3. กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ

สามารถเก็บขนได้ทัน ไม่มีสารก่อมลพิษต่อแหล่งน้ำ ป้องันน้ำเน่าเสีย เช่น ทำจากต้นกล้วย หยวกกล้วย ใบตอง

 

4. กระทงที่ไม่ใช้วัสดุหลากหลายเกินไป

เพื่อลดภาระการคัดแยกก่อนนำไปกำจัด เลี่ยงกระทงที่มีเข็มหมุด พลาสติก โฟม เพราะย่อยสลายยากและเป็นขยะในแหล่งน้ำได้

 

5. ลอยกระทงออนไลน์

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปลอยนอกสถานที่ และช่วยลดปริมาณขยะ ช่วยแหล่งน้ำ สัตว์น้ำด้วยนะ

 

และเมื่อเลือกกระทงได้แล้วว่าจะใช้แบบไหน มี 2 ข้อที่อยากให้คำนึงถึงด้วยกัน นั่นคือ ลดขนาด และลำจำนวนกระทง เพราะมีข้อดีดังนี้

 

  • การลดขนาดกระทง ควรเลือกลอยขนาดเล็กแทนขนาดใหญ่ลง เพราะใช้วัสดุน้อยกว่า ขยะย่อมน้อยกว่าตามด้วย
  • การลดจำนวนกระทง เช่น ถ้ามากันเป็นครอบครัว ๆ ก็ควรลอยกระทง 1 ใบต่อครอบครับ หรือมากับเพื่อน มากับแฟน ลอยกระทงร่วมกัน 1 ใบ ไม่เพียงสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ยังช่วยลดขยะในแม่น้ำ แถมคนขัดแยกขยะก็เหนื่อยน้อยลงอีกด้วยนะ

 

เลือกกระทงลอยแล้วอย่าลืมรักษามาตรการป้องกันเข้มข้น ใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้บริการให้ร่วมสืบสานประเพณีลอยกรทงอย่างเคร่งครัดกันด้วยนะ :))

 

ประวัติวันลอยกระทง 2564

ประเพณีนี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคาซึ่งเป็นเทวดาในคติฮินดู แต่เทศกาลนี้มีร่องรอยหลักฐานย้อนไปถึงจีนและอินเดียโบราณ ในประเทศพม่า ใช้ชื่อว่า "เทศกาลตาซองได" (Tazaungdaing) ในประเทศจีน ใช้ว่า "เทศกาลโคมลอย" 

 

ทั้งนี้ ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีโบราณของอินเดียที่ประเทศไทยรับเข้ามาปฏิบัติ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าทำกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่ปรากฏกล่าวได้ว่ามีมาตั้งสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสันนิษฐานว่า เดิมทีเดียวเห็นจะเป็นพิธีของพราหมณ์กระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้ถือตามแนวทางพระพุทธศาสนามีการชักโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุพระจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐาน ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทา (แม่น้ำนัมมทา เป็นแม่น้ำที่คู่ขนานกับทิวเขาวินธัย ไหลลงภาคตะวันตกของอินเดียแบ่งเขตอินเดียออกเป็นภาคเหนือและภาคใต้)

 

ตำนานที่หาหลักฐานยืนยันมิได้ กล่าวไว้ว่าในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป[ต้องการอ้างอิง] ดังปรากฏในตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์กล่าวถึงพระดำรัสของพระร่วงว่า "แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่าง ๆ ในสมัยรัชกาลที่ 1 จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้เปลี่ยนแปลงจากการทำจากดอกบัวเป็นต้นกล้วยเพราะดอกบัวดังกล่าวหายากและมีน้อย จึงใช้ต้นกล้วยทำแทนแล้วดูไม่สวยจึงใช้ใบตองมาพับแต่งจนสวยสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

 

ข้อมูล : SOOK by สสส., วิกิพีเดีย

 

 

ข่าวเกี่ยวข้อง :

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง