เจาะลึกบารมี “คาเมเนอี” กำแพงสูงต้านสหรัฐฯ อิหร่านย้ำคำขาดปมนิวเคลียร์

ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 ลงพื้นที่ไปมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สัมภาษณ์ รศ.ดร.พรพรรณ โปร่งจิตร สาขาวิชาประวัติศาสตร์ มศว ประเด็นการเผชิญหน้าที่ตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางระหว่างหสรัฐฯ กับอิหร่าน โดยที่จากภาพรวม สหรัฐฯ มีความต้องการ หรือเป้าหมายหลักสองประการคือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองอิหร่านใหม่ รวมไปถึงเรื่องการควบคุมระบบหรืออาวุธ "นิวเคลียร์" อิหร่าน เรื่องนี้อาจารย์พรพรรณมองว่าเป็นความท้าทาย และไม่ง่ายสำหรับสหรัฐฯ ในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทั้งเรื่อง "นิวเคลียร์" อาจเป็น "เส้นแดง" ที่อิหร่านยอมถายไม่ได้
เจาะลึกบารมี “คาเมเนอี” กำแพงสูงต้านสหรัฐฯ อิหร่านย้ำคำขาดปมนิวเคลียร์
ท่ามกลางกระแสลมแห่งความเปลี่ยนแปลงที่พัดผ่านตะวันออกกลาง ชื่อของ อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่สำหรับเป้าประสงค์สำคัญของสหรัฐฯ ในการ "เปลี่ยนระบอบปกครอง" (Regime Change) แม้โลกจะก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่อำนาจของชายผู้นี้ยังคงมีความเข้มแข็ง ไม่เสื่อมถอย ทว่ากลับกลายเป็นปมเงื่อนที่มัดแน่นกว่าเดิมด้วยปัจจัย 3 ประการ: บารมี, กองทัพ และ พลังงาน
"ผู้นำสูงสุด" มีบารมี หรือ Charisma: อำนาจอ่อนที่ไร้พรมแดน
ตามความเห็นของ อ.พรพรรณ "คาเมเนอี" สวมหมวกเป็น "ศูนย์รวมจิตใจ" ของมุสลิมนิกายชีอะห์ทั่วโลก นี่คือ Soft Power หรืออำนาจอ่อนที่ประชาชนเชื่อมั่น ให้ความเคารพ และคล้อยตาม ยอมโอนอ่อนให้โดยที่ไม่ต้องมีการบังคับ อาจารย์สะท้อนภาพว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ เองก็ตระหนักดี เพราะหมายความว่า "อำนาจ" ของ "คาเมเนอี" ขยายวงกว้างออกไปมากกว่าในอิหร่าน แผ่ขยายไปยังเครือข่ายที่เรียกกันว่า "อาร์คแห่งการต่อต้าน" (Axis of Resistance) การแตะต้องคาเมเนอีจึงไม่ใช่แค่การทำสงครามกับประเทศหนึ่ง แต่มันคือการจุดชนวนความโกรธแค้นในหมู่ผู้ศรัทธาทั่วภูมิภาค ตั้งแต่เลบานอน อิรัก ไปจนถึงเยเมน
โครงสร้างอำนาจที่เบ็ดเสร็จ: "คาเมเนอี" กุมบังเหียนกองทัพ
ในทางปฏิบัติอิหร่าน มีประธานาธิบดีเป็นประมุขฝ่ายบริหาร มีอำนาจในการบริหารราชกาลแผ่นดิน ลงนามในข้อตกลงสำคัญ โดยมาจากเลือกตั้งจากประชาชนทุก 4 ปี แต่ประธานาธิบดียังมีอำนาจที่น้อยกว่า "ผู้นำสูงสุด" ที่มีอำนาจชี้ขาดในทุกเรื่อง ผู้นำสูงสุดสามารถอยู่ในตำแหน่งได้จนกว่าจะเสียชีวิต ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำแบบประธานาธิบดี
ที่น่าจับตามากที่สุดคือการที่ "คาเมเนอี" เป็นผู้บัญชาการสูงสุด สามารถควบคุมกองทัพอิหร่าน และยังมีกองกำลังที่จงรักภักดีอย่าง กองพลพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นโล่ป้องกันภัย แม้สหรัฐฯ จะพยายามบีบให้อิหร่านถอย แต่โครงสร้างนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความอยู่รอด มากไปกว่านั้นนอกจากกองทัพอิหร่าน และ IRGC แล้วยังมี กองทัพพร็อกซี่ อย่าง ฮิซบอเลาะห์ใ นเลบานอน หรือกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ที่อาจไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ป่วนศัตรู แต่คือ "แนวป้องกันชั้นนอก" ที่หากถูกรุกราน พวกเขาพร้อมจะเปลี่ยนสมรภูมิให้กลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคทันที ซึ่งจากข้อมูลในปีนี้ ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีการประท้วงภายในอิหร่านเป็นระยะ แต่กองทัพและ IRGC ยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้นำสูงสุดอย่างไม่สั่นคลอน
"นิวเคลียร์" กับเส้นแดงแบ่งเรื่องความมั่นคงและพลังงาน
อ.พรพรรณ ย้ำว่าประเด็น "นิวเคลียร์" คือเดิมพัน หรือ "เส้นแดง" ที่อิหร่านไม่มีวันยอมก้มหัว ในสายตาของเตหะราน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องอาวุธ แต่มันคือ "ศักดิ์ศรี" และ "ทางรอดด้านพลังงาน"
อิหร่านมีความต้องการพลังงานเป็นจำนวนมากเพราะเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่มีสภาพอากาศสุดขั้ว อากาศร้อนจัด ในขณะที่เวลาหนาวเย็นก็สุดขั้ว หมายความว่าทุกครัวเรือนมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำความร้อน ซึ่งการพึ่งพาน้ำมันเพียงอย่างเดียวท่ามกลางการคว่ำบาตรที่รุนแรงทำให้ระบบไฟฟ้าเข้าสู่ภาวะวิกฤต (Energy Crisis) พลังงานนิวเคลียร์จึงกลายเป็นทางเลือกที่ถอยไม่ได้ นอกจากเรื่องของพลังงานแล้ว อิหร่านยังอาจมอง "อาวุธนิวเคลียร์" ในตรรกะความเท่าเทียม: อิหร่านยึดถือว่า "ในเมื่อชาติอื่นมีได้ ทำไมเราจะมีไม่ได้?" การที่สหรัฐฯ พยายามควบคุมความสามารถนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการจงใจสะกดกลั้นการพัฒนาของประเทศและแทรกแซงอธิปไตย
อาจารย์พรพรรณ วิเคราะห์ว่าความตึงเครียดนี้แม้อาจไม่ได้บานปลายถึงขนาดเป็นสงครามโลก แต่อาจยืดเยื้อ กระทบต่อเรื่องพลังงาน ทองคำและความมั่นคงโลก ส่วนยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐฯ ในการเปลี่ยนระบอบการปกครองท้าทายและไม่ง่าย เพราะ "คาเมเนอี" เป็นกำแพงเหล็กที่วางกั้นทุกอย่างเอา เพราะหากจะเอาชนะอาจหมายความถึงการทำลายศรัทธาที่ฝังรากลึก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
