รีเซต

แอร์บัสเผยโฉมเครื่องบินไร้มลพิษด้วยพลังงานไฮโดรเจน 3 ลำแรกของโลก

แอร์บัสเผยโฉมเครื่องบินไร้มลพิษด้วยพลังงานไฮโดรเจน 3 ลำแรกของโลก
TNN ช่อง16
2 ตุลาคม 2563 ( 20:53 )
193
แอร์บัสเผยโฉมเครื่องบินไร้มลพิษด้วยพลังงานไฮโดรเจน 3 ลำแรกของโลก

การบินและอวกาศของยุโรป (The European aerospace behemoth) ได้เผยถึงแผนการสร้างเครื่องบิน 3 ลำ ที่ดูภายนอกไม่ต่างจากเครื่องบินทั่วไป แต่ถูกสร้างขึ้นด้วยหลักการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก 

โดยแอร์บัสได้วางเป้าหมายของการพัฒนาเครื่องบินไร้มลพิษเครื่องแรกของโลกด้วยการเลือกใช้พลังงานจากไฮโดรเจนในการขับเคลื่อน คาดว่าจะสามารถใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้ภายในปี 2035 หรืออีก 15 ปีข้างหน้า 

มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเครื่องบิน ซึ่งสามารถลดปริมาณก๊าซชนิดนี้ได้ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว 

รายงานจาก International Council on Clean Transportation (ICCT) และแผนกการบินของสหประชาชาติ เผยว่าในปี 2018 การบินจากเครื่องบินพาณิชย์ สร้างมลพิษจากคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 918 ล้านเมตริกตัน ซึ่งคิดเป็น 2.4% ของพลังงานทั้งหมดที่เกิดจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทั่วโลก และถ้าหากไม่มีการจัดการใด ๆ ก็มีความเป็นไปได้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มเป็น 3 เท่า ภายในปี 2050 

Glenn Llewellyn รองประธาน บริษัท Airbus เผยว่าเมื่อ 5 ปีก่อน การใช้พลังงานขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างเทคโนโลยีเพื่อจัดการมลพิษทางอากาศของแอร์บัสเลย แต่ด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากอุตสาหกรรมขนส่งด้านอื่น ๆ ทำให้แอร์บัสมั่นใจว่าไฮโดรเจนคือเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงต่อการลดมลภาวะทางอากาศจากอุตสาหกรรมการบินได้อย่างดีเยี่ยม 

เพราะเป็นเชื้อเพลิงสะอาดสามารถใช้กับยานพาหนะทางบก และยังช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมหาศาล 

อย่างไรก็ตาม Jean-Brice Dumont ผู้บริหารด้านวิศวกรรมของแอร์บัสเผยว่า ไฮโดรเจนมีความหนาแน่นที่แตกต่างจากน้ำมันเครื่องบินที่ใช้ในปัจจุบัน จึงต้องมีการศึกษาทางเลือกอื่น ๆ ในการจัดเก็บเชื้อเพลิง และออกแบบเครื่องบินให้รับกับการใช้พลังงานนี้ 

ซึ่งนั่นหมายความว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเครื่องบินไร้มลพิษอาจะจะมีหน้าตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม


เกาะติดข่าวที่นี่ 


website: www.TNNThailand.com 

facebook : TNNThailand 

facebook live : TNN Live 

twitter : @TNNThailand 

Line : @TNNONLINE 

Youtube Official : TNNThailand 

Instagram : @tnn_online 

TIKTOK : @tnnonline




ข่าวที่เกี่ยวข้อง