ชอบหลงลืมชั่วขณะ อย่าปล่อยไว้ อาการ "Brain fog" เสี่ยงสมองเสื่อมก่อนวัย

เคยเป็นไหม คิดว่าจะทำอะไรสักอย่าง แต่เวลาผ่านไปไม่กี่นาที ก็ลืมไปหมดแล้ว ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคุณบ่อยๆ เป็นสัญญาณว่าคุณอาจจะมีภาวะสมองล้า หรือ Brain Fog ซึ่งเป็นอาการหลงลืมชั่วขณะที่วัยทำงาน ซึ่งใช้สมอมากเป็นกันเยอะ หากไม่รีบระวังป้องกัน ก็อาจจะนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อม เมื่ออายุมากขึ้นได้
หลงลืมชั่วขณะ อันตรายกว่าที่คิด
ภาวะสมองล้า (Brain Fog) คือ ภาวะที่สมองมีประสิทธิภาพในการทำงานต่ำลง เพราะสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งเป็นสารเคมีที่มีหน้าที่ในการเชื่อมต่อข้อมูล หรือส่งสัญญาณไฟฟ้าระหว่างเซลล์ประสาทเสียสมดุล ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง จนอาจนำไปสู่การเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น โรคอ้วน โรคกระเพาะ โรคเบาหวาน ภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติ
กรมการแพทย์เผยว่า Brain Fog เผยเป็นผลกระทบจากการถดถอยในการทำงานของสมอง ทำให้ไม่มีสมาธิในการจดจ่อ คิดช้าลงหรือหลงลืมได้ง่าย รวมถึงสภาพทางจิตใจ ส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน การทำงาน หรือการเข้าสังคม แนะควรขอคำปรึกษาและรับการตรวจจากแพทย์
ยิ่งยุคปัจจุบันที่สังคมต้องมีการแข่งขันกันมากขึ้น การทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา ทำให้มีโอกาสดูแลสุขภาพน้อยลง ทำให้บ่อยครั้งที่วัยทำงานต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย มารบกวนทั้งการใช้ชีวิต อาชีพ และการเข้าสังคม หากไม่นับความเจ็บป่วยทางกายยังมีความเจ็บป่วยทางใจ และระบบประสาท
ปัญหาของคนแก่ แต่พบในคนวัยทำงานมากขึ้น
อาการหลงลืมชั่วขณะ โดยเฉพาะปัญหาด้านความจำที่แย่ลงที่ปกติควรพบในวัยสูงอายุแต่มาพบในวัยทำงาน ทำให้สร้างความกังวลว่าตัวเราจะกลายเป็นโรคสมองเสื่อมตั้งแต่อายุน้อยหรือไม่?
กลุ่มอาการที่มักจะประกอบไปด้วยปัญหาด้านความจำระยะสั้นแย่ลง สมาธิถดถอยไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดได้ยาวนานจนมักส่งผลให้ทักษะการทำงานและการวางแผนลดลง ทำให้ภาวะนี้มักพบได้ชัดเจนในวัยทำงาน ซึ่งต้องใช้ทักษะความคิดและความจำค่อนข้างมาก เมื่อสงสัยภาวะนี้ ควรมาพบแพทย์ประเมินหาสาเหตุ
สาเหตุแตกต่างจากปัญหาความจำของผู้สูงอายุ
นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุของภาวะนี้มีความแตกต่างจากปัญหาความจำในผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นสาเหตุที่แก้ไขได้ไม่เหมือนภาวะสมองเสื่อม เช่น
1. ความเครียดจากการทำงาน ภาระงานมากและพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดเวลาผ่อนคลายและเข้าสังคม
2. ภาวะทางจิตเวช โดยเฉพาะโรคซึมเศร้าซึ่งพบมากขึ้นในปัจจุบัน ภาวะซึมเศร้าบ่อยครั้งจะมีอาการเด่นในเรื่องความจำระยะสั้น
3. โรคทางกายหลายๆอย่าง เช่น ฮอร์โมนทำงานผิดปกติ โรคซีด ภาวะขาดสารอาหาร เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น
4. การใช้สารเสพติดบางชนิด เช่น ภาวะติดสุรา ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ ยาแก้ปวดบางชนิด เป็นต้น
5. ปัจจุบันมีรายงานพบภาวะนี้ ในผู้ป่วยหลังจากหายจากโรคโควิด-19 มากขึ้น จัดเป็นอาการทางระบบประสาทที่พบได้ในกลุ่ม Long COVID syndrome ซึ่งจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม
สัญญาณเตือน
- นอนไม่หลับ นอนหลับยาก
- สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก
- ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับงานได้
- ปวดศีรษะเรื้อรัง
- นอนหลับไม่สนิท
- หงุดหงิดง่าย
- ขี้ลืม ความจำแย่ลง
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียบ่อย
- รู้สึกสมองไม่โลดแล่น
- ไม่สดใส ไม่สดชื่น
- คิดคำพูดไม่ค่อยออก มึนงง
- อารมณ์แปรปรวน
สังเกตและแก้ไข
สำหรับผู้ที่สงสัยภาวะนี้สามารถสังเกตอาการได้ด้วยตนเองว่ามีปัญหาความจำสั้น ขาดสมาธิจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือการเข้าสังคม รวมถึงเพื่อนและคนใกล้ชิดอาจสังเกตได้จากสภาพการทำงานที่ย่ำแย่เฉียบพลันจากเดิมจนเห็นได้ชัด ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ สาเหตุ และการรักษา
โดยหลักการรักษาจะเน้นไปที่การแก้ไขสาเหตุ เช่น รักษาโรคทางกายให้ดี งดการใช้ยาและสารเสพติด รักษาอาการซึมเศร้า ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งการนอนและมีเวลาหยุดพักผ่อน ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยทั้งรักษาและป้องกันการเกิดภาวะนี้ได้เป็นอย่างดี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
