TrueID

ทำไมแบงก์ชาติ ไม่สนับสนุนการนำ"คริปโต"มาชำระค่าสินค้า

ทำไมแบงก์ชาติ ไม่สนับสนุนการนำ"คริปโต"มาชำระค่าสินค้า
TrueID
3 ธันวาคม 2564 ( 14:16 )
175
ทำไมแบงก์ชาติ ไม่สนับสนุนการนำ"คริปโต"มาชำระค่าสินค้า
จากบทความที่เผยแพร่โดยเพจ Stapnavatr Vajira เผยว่า การที่แบงค์ชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนของชาติเรื่องเงิน ได้ออกมาไม่สนับสนุนการที่ใครคิดจะสร้างเงินขึ้นมาเองลอยๆ ในระบบดิจิตัล ที่ไม่มีทอง ดอลล่าร์ หรือแม้แต่บาท หนุนหลังเลย...ถูกต้องแล้วครับ...ใครก็สร้างเงินได้เอง แลกเปลี่ยนได้เทียบเท่าเงินตราปกติ ถ้าทำโปรแกรมได้...คือความฉิบหายของระบบการเงินเลยครับ...ซึ่งตอนนี้ การแห่กันสร้างดิจิตัลลอยๆ ขึ้นมา แล้วตีตรากันเองว่ามันคือเงิน...มีหลายหมื่นสินทรัพย์ดิจิตัล จนวุ่นวายไปหมดครับ...แม้สินทรัพย์ดิจิตัล มันจะไม่หายไปจากโลกแน่...เพราะมันคือแหล่งฟอกเงินของมิจฉาชีพ แม้แต่ซื้ออาวุธ ระดับโลก...แต่มันจะไม่มีวันที่สร้างขึ้นลอยๆ แล้วมาเป็นเงินตราได้...
 
...
จากเฟซบุ๊ค ลงทุนแมน
...
 
ด่วน แบงก์ชาติ ประกาศไม่สนับสนุน การนำ “คริปโท” มาชำระค่าสินค้า
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นครั้งแรกที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยแนวทางกำกับดูแลที่ “ชัดเจนมาก” ต่อเรื่องการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ว่าจะสนับสนุนหรือไม่
 
คำตอบที่ได้ ชัดเจนคือ “ไม่”
 
หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายบริษัทร่วมมือกับ Exchange ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในไทย ได้ร่วมกันประกาศให้สามารถซื้อสินค้าและบริการของบริษัทได้ด้วยคริปโทเคอร์เรนซี
แต่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ก็ได้ออกจดหมายประกาศมีเนื้อหาไม่ยาว แต่ทรงพลังมาก ว่า
 
ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ติดตามการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในรูปแบบที่เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ
ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการแจ้งเตือนเป็นระยะ และขอย้ำว่าธนาคารแห่งประเทศไทย “ไม่สนับสนุน” การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ เนื่องจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง
 
อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ ความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล หรือการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน ที่จะส่งผลต่อร้านค้า ผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการให้ได้รับความเสียหาย ในระยะต่อไป
 
หากมีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในวงกว้างอย่างแพร่หลาย ความเสี่ยงข้างต้นอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการชำระเงิน เสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ และความเสียหายแก่สาธารณชนทั่วไปได้
 
ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับผู้กำกับดูแลในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และมาเลเซีย
 
โดยที่ผ่านมา มีบางประเทศจำกัดการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในขอบเขตเพื่อการลงทุนเป็นหลัก เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่หลายประเทศอยู่ระหว่างการพิจารณาการกำกับดูแลที่เหมาะสม
ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณารูปแบบการกำกับดูแลการให้บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อจำกัดความเสี่ยงข้างต้น
 
โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ย้ำว่ายังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบการชำระเงิน รวมถึงการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจการเงินโดยรวมสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ
 
เราต้องติดตามกันว่า การประกาศ “ไม่สนับสนุน” ให้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลมาชำระค่าสินค้าและบริการ ของธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ จะมีมาตรการอะไรตามออกมาบ้าง ?
 
เบื้องต้นธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะประกาศรายชื่อสินค้าที่อนุญาต และไม่อนุญาตให้นำสินทรัพย์ดิจิทัลมาชำระ หรือขั้นสูงสุด ธนาคารแห่งประเทศไทยก็อาจจะถึงขั้นแบนคริปโทเคอร์เรนซี ไม่ให้ชำระค่าสินค้าและบริการใด ๆ ในประเทศไทยได้
 
เรื่องนี้ตอนจบจะเป็นอย่างไร
 
ผู้ประกอบการจะชะลอการเปิดรับชำระสินค้าด้วยคริปโทเคอร์เรนซีหรือไม่
ประชาชนจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร
 
บอกได้เลยว่า ช่วงเวลาใน 1-2 ปีนับจากนี้ น่าจะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
ของอนาคต “ระบบการชำระเงินประเทศไทย” เลยทีเดียว..
 
สำหรับคนที่สงสัยว่า ตอนนี้มีผู้ประกอบการรายใดรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ลองดูรายชื่อด้านล่างนี้ เราก็คงพอจะเข้าใจว่า ทำไมธนาคารแห่งประเทศไทยถึงต้องออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้.. เพราะถ้าไม่ออกมาวันนี้ ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้ออกมาอีกเลยในอนาคต
 
- Bitkub จับมือกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้สามารถนำคริปโทฯ 7 สกุล เช่น BTC, ETH, KUB มาชำระค่าสินค้าและบริการ ได้ที่ห้างสรรพสินค้าในเครือเดอะมอลล์ทุกสาขา
 
- Bitkub จับมือกับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เตรียมเปิดรับชำระค่าโดยสาร ด้วยคริปโทฯ
​​โดยเริ่มที่สำนักงานขายบัตรโดยสารสำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดีรังสิต เป็นที่แรก ในวันที่ 1 ม.ค. 2565 นี้ และจะขยายสู่ช่องทางออนไลน์ในระยะถัดไป
 
- อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ประกาศให้ลูกค้าสามารถนำคริปโทฯ มาใช้แทนเงินสดในการชำระเงินเพื่อซื้อบ้านและคอนโดฯ ในทุกโครงการของอนันดา โดยเป็นการชำระผ่านวอลเล็ตของ Bitkub
ซึ่งสกุลเงินที่เปิดรับ ได้แก่ BTC, ETH และ USDT
 
- SC Asset จับมือ Zipmex ให้คนทั่วไปสามารถใช้คริปโทฯ ชำระค่าบ้านและคอนโดฯ ได้
ซึ่งจะเปิดรับ 5 สกุล ได้แก่ BTC, ETH, ZMT, USDT และ USDC ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.
 
- ร้านกาแฟอินทนิล จับมือ Bitazza เปิดให้บริการรับชำระค่าเครื่องดื่ม ด้วยคริปโทฯ ใน 3 สกุล ได้แก่ BTC, ETH และ USDT นำร่องวันที่ 1 ธ.ค. และมีแผนขยายบริการทั่วทั้งประเทศ ภายในไตรมาส 2 ปี 2565
 
- นันยาง แบรนด์รองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะในไทยรายนี้ ออกมาประกาศในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาว่า จะเพิ่มช่องทางการให้บริการลูกค้าให้สามารถนำคริปโทฯ มาแลกสินค้านันยางได้ โดยสกุลเงินที่รับคือ BTC, ETH และ LTC
 
- เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดทดลองใช้คริปโทฯ แลกรับตั๋วภาพยนตร์ ในเดือน มี.ค. โดยจับมือกับ Zipmex ทั้งนี้ในระยะแรกเมเจอร์ฯ เปิดรับสกุลเงิน BTC และจะเพิ่มสกุลเงินอื่น ๆ เช่น ETH และ ZMT
 
- เรนาสโซ มอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายรถยนต์ลัมโบร์กีนีอย่างเป็นทางการรายเดียวในไทย ประกาศรับการชำระเงินค่าสินค้าและบริการด้วยคริปโทฯ โดยร่วมมือกับ Zipmex ซึ่งสกุลเงินที่รับ ก็จะมี BTC, USDT และ ZMT
 
 
 
 
ที่เกี่ยวข้อง : 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

ทุกประเด็นร้อนข่าวสาร สาระ ทันเหตุการณ์ พูดคุยกันได้ 24 ชม.

คลิกเลย >>> TrueID Community <<<

 

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง