NERแน่นเมินการเมือง ไตรมาส3กำไรทำสถิติ

NERแน่นเมินการเมือง ไตรมาส3กำไรทำสถิติ
ทันหุ้น
20 ตุลาคม 2563 ( 08:45 )
43
NERแน่นเมินการเมือง ไตรมาส3กำไรทำสถิติ

ทันหุ้น-สู้โควิด- นักวิเคราะห์ 14 แห่ง เข้าเยี่ยมกิจการ NER  ด้าน“ชูวิทย์”ผู้บริหาร ลั่นเดินหน้าผลิตเต็มตัว รองรับออเดอร์ยาวถึงก.พ.64  ยันการเมืองไม่กระทบ ปีนี้คงเป้ายอดขาย 3.65 แสนตัน ส่วนปีหน้าชน 4 แสนตัน โบรกเคาะพื้นฐาน 5 บาท เล็งกำไรปีนี้เพิ่ม 21%  จากปีก่อน


นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางผสม เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำหรับช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการจัด site visit สำหรับนักวิเคราะห์ กว่า 14 แห่ง เพื่อเยี่ยมชมโรงงาน ซึ่งวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ความสนใจธุรกิจของบริษัทอย่างมาก ขณะที่บริษัทเองก็เดินหน้าธุรกิจต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 3-4/2563 บริษัทเดินเครื่องกำลังการผลิตกว่า 110,000 ตันต่อปี ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 460,000 ตันต่อปี


ขณะที่ปริมาณคำสั่งซื้อ(ออเดอร์)มีเข้ามาต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์ล่วงหน้าถึงเดือน กุมภาพันธ์ 2564 สามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์การเมืองบริษัทมองว่าไม่มีผลต่อผลการดำเนินการของบริษัทยังสามารถส่งสินค้าได้ปกติ และไม่ได้มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะเดียวกันราคายางพารา ปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับสูง เป็นโอกาสที่จะหนุนผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/2563ด้วย


บริษัทยังคงมั่นใจว่ายอดขายรวมในปี 2563 จะทำได้ตามเป้าที่วางไว้ แตะ 365,000 ตันต่อปี  และรายได้รวมเติบโตไม่น้อยกว่า 30% หรือมากกว่า 17,000 ล้านบาท จากปี 2562 ที่บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 13,107.15 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 538.88 ล้านบาท ส่วนปี 2564 บริษัทคาดว่าปริมาณขายจะเพิ่มเป็น 400,000 ตัน หรือราวไตรมาสละ 100,000 ตัน


“ตอนนี้ก็ไม่ได้กังวลอะไรสำหรับเรื่องการเมืองเพราะว่าการผลิตยังเดินหน้าตามแผน ส่งออกสินค้าได้ปกติ และออเดอร์ก็เพิ่มต่อเนื่อง มีการเจรจากับลูกค้าใหม่ๆ ด้วย ส่งผลให้ยอดขายปีนี้ยังคงเป้าหมายไว้ และปีหน้าคาดว่าจะขายได้ราว ไตรมาสละ 100,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น”นายชูวิทย์ กล่าว


*อัพเป้า 5 บาท


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึง NER ว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 5.00 บาท ยังคงอิง 2563 PER ที่ 9x จากเดิมที่ 4.10 บาท จากการปรับกำไรปี 2563 เพิ่มขึ้น 21%มาอยู่ที่ 853 ล้านบาท (+58%จากช่วงเดียวกันปีก่อน ) เนื่องจากครึ่งปีหลังแนวโน้มราคายางปรับตัวดีขึ้นจากความต้องการจากลูกค้าในจีนกลับมาเดินการผลิต จึงปรับราคายางแท่งจากเดิมที่ 42 บาทต่อกิโลกรัม มาเป็น 43 บาทต่อกิโลกรัม


อีกทั้งกำลังการผลิตของโรงงานใหม่จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 60% และจำนวนคนงานไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ทำให้ปรับ gross margin เป็น 11.75% จากเดิมที่ 10.5% ขณะที่ในปี 2564 ปรับอัตรากำไรขึ้นเป็น 11.8% จากเดิมที่ 11.0% เนื่องจากจะรับรู้ economies of scales จากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น


@ Q3ทุบนิวไฮ


นอกจากนี้คาดกำไรปกติ ไตรมาส 3/2563 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยคาดว่า NER จะรายงานกำไรปกติ ไตรมาส 3/2563 ที่ 219 ล้านบาท ( เติบโต 59% จากช่วงเดียวกันปีก่อน , เติบโต 37% จากไตรมาสก่อนหน้า) (ไม่รวมการตั้งสำรองจากไฟไหม้โกดังประมาณ 30 ล้านบาท) โดยการเติบโต จากช่วงเดียวกันปีก่อน


เนื่องจาก ธุรกิจยางธรรมชาติได้ผลดีจากต้นทุนที่อ่อนตัวลง ผู้ประกอบการหลายรายออกจากอุตสาหกรรมไป ทำให้ภาวะการแข่งขันแย่งซื้อวัตถุดิบยางธรรมชาติลดน้อยลงไปในปีนี้ แม้ราคาเฉลี่ยจะลดลงมา 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ประมาณ 35 บาท แต่ปริมาณขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้น เติบโต 57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากความต้องการฟื้นตัวหลังผลกระทบจาก COVID-19 คลายตัวลง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง