รีเซต

พ่อแม่มีหนี้ ลูกต้องรับต่อ? โครงสร้างหนี้ครัวเรือนไทยกำลังกดทับคนรุ่นใหม่

พ่อแม่มีหนี้ ลูกต้องรับต่อ? โครงสร้างหนี้ครัวเรือนไทยกำลังกดทับคนรุ่นใหม่
TNN ช่อง16
8 เมษายน 2569 ( 11:59 )

สถานการณ์พ่อแม่มีหนี้แล้วให้ลูกกู้มาปิดกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในสังคมไทย ภายใต้บริบทที่หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงประมาณ 16.4 ล้านล้านบาท หรือราว 88% ของ GDP ขณะเดียวกัน ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ภาระทางการเงินในครัวเรือนมีแนวโน้มขยับจากรุ่นพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูกมากขึ้น

ข้อมูลปี 2569 จากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า ผู้สูงอายุยังคงมีภาระหนี้ในระดับสูง โดยกลุ่มอายุ 60–69 ปี มีหนี้เฉลี่ย 453,438 บาทต่อราย ส่วนกลุ่มอายุ 70–79 ปี มีหนี้เฉลี่ย 287,932 บาทต่อราย ทั้งที่หลายคนไม่มีรายได้ประจำแล้ว ขณะเดียวกัน โครงสร้างรายได้และรายจ่ายของครัวเรือนไทยยังคงสวนทางกัน โดยรายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 18,691 บาทต่อเดือน สูงกว่ารายได้เฉลี่ยที่ 16,817 บาทต่อเดือนต่อเนื่องหลายปี

ข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติพบว่า ประชากรอายุ 60–80 ปี ประมาณ 29% ยังมีหนี้ในระบบ เพิ่มขึ้นจากประมาณ 20% ในปี 2561 และมากกว่า 10% อยู่ในสถานะหนี้เสีย ขณะที่กลุ่มวัยเริ่มทำงานอายุ 22–29 ปี กว่าครึ่งหนึ่งมีหนี้ และราว 1 ใน 5 เข้าสู่สถานะหนี้เสียตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิตการทำงาน ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นทิศทางเดียวกัน คือหนี้เกิดเร็วและคงอยู่ยาว

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอธิบายว่า ปัจจัยหลักของหนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุประกอบด้วยรายได้หลังเกษียณที่ลดลง ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และภาระจากการกู้หรือค้ำประกันให้ลูกหลาน เมื่อปัญหาสะสม ภาระทางการเงินจึงย้อนกลับเข้าสู่ครอบครัว โดยเฉพาะสมาชิกที่ยังมีรายได้

ในด้านกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดว่า หนี้เป็นภาระของผู้กู้ ลูกไม่มีหน้าที่ต้องชำระแทน หากไม่ได้ร่วมกู้หรือค้ำประกัน อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์จริง หลายครอบครัวยังคงตัดสินใจช่วยเหลือกันจากแรงกดดันด้านความสัมพันธ์และค่านิยมทางสังคม

ข้อมูลปี 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีครัวเรือนแบบ Sandwich Generation ประมาณ 3.4 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็น 14% ของทั้งประเทศ กลุ่มนี้ต้องรับภาระดูแลทั้งพ่อแม่สูงอายุและลูกในเวลาเดียวกัน และมีความเปราะบางทางการเงินสูงกว่าค่าเฉลี่ย หลายครัวเรือนมีรายได้ไม่แน่นอน แต่มีภาระค่าใช้จ่ายประจำจำนวนมาก

แนวทางที่หน่วยงานด้านการเงินแนะนำคือการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายก่อนตัดสินใจ หลีกเลี่ยงการลงนามค้ำประกันโดยไม่เข้าใจเงื่อนไข และให้เจ้าของหนี้เจรจากับเจ้าหนี้โดยตรง เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ หรือเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือของรัฐ อาทิ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถแก้ไขสถานะหนี้เสียได้ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังชี้ให้เห็นแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่สะสมในครัวเรือนไทย ทั้งจากรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และภาระค่าใช้จ่ายในช่วงหลังเกษียณ เมื่อเงื่อนไขเหล่านี้ยังคงอยู่ การโยกย้ายภาระทางการเงินระหว่างรุ่นจึงยังปรากฏให้เห็นต่อเนื่องในหลายครอบครัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง