พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน รัฐบาลวางกันชนเศรษฐกิจ รับมือค่าครองชีพ

พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน รัฐบาลวาง “กันชนเศรษฐกิจ” รับมือค่าครองชีพ
ในช่วงที่ราคาพลังงานโลกยังผันผวน คนไทยจำนวนมากเริ่มเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ ค่าอาหาร รวมถึงต้นทุนทำมาหากินของร้านค้าและธุรกิจรายเล็ก
รัฐบาลจึงออก พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็น “กันชนเศรษฐกิจ” ช่วยลดแรงกระแทกจากวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน
แนวคิดหลักของมาตรการนี้ คือการดูแลเศรษฐกิจ 2 ด้านไปพร้อมกัน ทั้งการพยุงกำลังซื้อในระยะสั้น และการลงทุนลดต้นทุนพลังงานของประเทศในระยะยาว
เงินก้อนแรก พยุงกำลังซื้อและเศรษฐกิจฐานราก
วงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาทแรก ถูกจัดไว้สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในรูปแบบรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่าย 40% เพื่อช่วยให้ประชาชนยังมีกำลังใช้จ่าย ขณะเดียวกันร้านค้าชุมชน ร้านอาหาร และธุรกิจขนาดเล็กยังมีรายได้หมุนเวียน
รัฐบาลมองว่า หากกำลังซื้อในประเทศชะลอลงพร้อมกัน จะกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะร้านค้ารายเล็กและผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังเผชิญต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งในระดับสูง
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางช่วยลดต้นทุนภาคเกษตร ทั้งเรื่องพลังงาน ปุ๋ย และต้นทุนการผลิต เพื่อช่วยให้เกษตรกรยังเดินหน้าผลิตสินค้าได้ต่อเนื่อง
ในภาพรวม เงินก้อนนี้จึงมีเป้าหมายช่วยประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้ชะลอตัวแรงเกินไปในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง
อีก 2 แสนล้าน มุ่งลดความเสี่ยงด้านพลังงาน
วงเงินอีกประมาณ 200,000 ล้านบาท ถูกวางไว้สำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าในอนาคต
ตัวอย่างโครงการที่อยู่ในกรอบการใช้เงิน เช่น
- สนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป
- ขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด
- ส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
รัฐบาลประเมินว่า ไทยยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานโลกค่อนข้างมาก เพราะต้องนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง เมื่อราคาพลังงานโลกปรับขึ้น ต้นทุนภาคขนส่ง ภาคผลิต และค่าครองชีพในประเทศก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การลงทุนด้านพลังงานในรอบนี้ จึงถูกวางให้เป็นการลดความเสี่ยงระยะยาว และช่วยสร้างเสถียรภาพต้นทุนพลังงานของประเทศในอนาคต
รัฐบาลย้ำทยอยกู้ตามความจำเป็น
แม้ พ.ร.ก.ฉบับนี้จะมีวงเงินสูงถึง 400,000 ล้านบาท แต่กระทรวงการคลังและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะยืนยันว่า จะทยอยกู้ตามความจำเป็น ไม่ได้กู้เต็มวงเงินทันที
รัฐบาลยังระบุว่า การกู้เงินจะอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลัง และเพดานหนี้สาธารณะที่ยังบริหารจัดการได้
พร้อมกันนี้ ยังมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อพิจารณาว่าโครงการใดเหมาะสมกับเป้าหมายของ พ.ร.ก. ทั้งด้านการเยียวยาเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างพลังงาน
เงินก้อนนี้ถูกมองเป็น “เวลา” สำหรับประคองเศรษฐกิจ
หลายหน่วยงานเศรษฐกิจประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ และต้นทุนพลังงานที่ยังผันผวน
ในมุมของรัฐบาล การใช้ พ.ร.ก.กู้เงินครั้งนี้ จึงเป็นการสร้าง “พื้นที่ให้เศรษฐกิจตั้งหลัก” ลดแรงกระแทกจากปัจจัยภายนอก และเปิดทางให้การปรับโครงสร้างพลังงานเดินหน้าได้เร็วขึ้น
หากมาตรการต่าง ๆ ใช้ได้ตรงจุด ก็มีโอกาสช่วยพยุงกำลังซื้อ รักษาการจ้างงาน และลดแรงกดดันด้านค่าครองชีพในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
