รีเซต

ผู้เชี่ยวชาญน้ำเสนอแผนกู้วิกฤต เคหะร่มเกล้า-คลองจั่น เสนอเร่งเพิ่มเครื่องสูบ เปิดคอขวดระบายน้ำ

ผู้เชี่ยวชาญน้ำเสนอแผนกู้วิกฤต เคหะร่มเกล้า-คลองจั่น เสนอเร่งเพิ่มเครื่องสูบ เปิดคอขวดระบายน้ำ
TNN ช่อง16
30 กันยายน 2569 ( 10:10 )
7

สถานการณ์น้ำในพื้นที่เคหะร่มเกล้า และเคหะคลองจั่น ถือเป็นจุดที่ยังวิกฤต 

แม้พื้นที่น้ำท่วมในกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกในหลายจุดเริ่มคลี่คลาย ยังไม่ลดลงง่าย ๆ

เพราะปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำที่เข้าท่วมเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ว่า ระบบมีทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้เร็วแค่ไหน

นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ อธิบายว่า พื้นที่เคหะร่มเกล้าถูกขนาบด้วยคลอง 1 และคลอง 2 ก่อนที่น้ำทั้งหมดจะไหลมารวมที่คลองประเวศบุรีรมย์ และระบายต่อไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนง

จุดสำคัญจึงอยู่ที่ ระยะทางและ กำลังสูบน้ำ

เพราะขณะที่คลองจั่นอยู่ห่างจากสถานีสูบน้ำพระโขนงไม่เกิน 500 เมตร พื้นที่เคหะร่มเกล้าอยู่ไกลกว่า และช่องทางหลักในการระบายน้ำออกจากระบบยังต้องพึ่งสถานีพระโขนง

นายอรรถเศรษฐ์ เพชรมีศรี อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ


คลองประเวศบุรีรมย์มีจุดควบคุมสำคัญทั้งประตูลาดกระบังและประตูวัดกระทุ่มเสือปลา ก่อนส่งน้ำต่อไปยังพระโขนง

ในภาวะปกติ สถานีพระโขนงมีกำลังสูบน้ำรวมประมาณ 155 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

แต่ขณะนี้มีการปรับปรุงเครื่องสูบน้ำ 20 เครื่อง ทำให้กำลังสูบน้ำหายไปประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นั่นหมายความว่า เมื่อปริมาณน้ำจำนวนมากไหลเข้ามาพร้อมกัน ระบบกลับมีกำลังผลักน้ำออก เพื่อลดระดับน้ำลง

นายอรรถเศรษฐ์จึงเสนอว่า หากต้องการเร่งระบายน้ำจากเคหะร่มเกล้า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ลดระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

หนึ่งในทางออกเร่งด่วน คือขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน เพื่อเพิ่มกำลังสูบและเร่งระบายน้ำ

“วันนี้เราจำเป็นที่จะต้องไปหยิบยืมเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน เอามาเร่งระบาย เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่ให้มากขึ้น” นายอรรถเศรษฐ์ กล่าว

ขณะที่บริเวณประตูลาดกระบัง มีการยกประตูขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ลาดกระบัง แต่ก็ยังติดข้อจำกัด เพราะไม่สามารถผลักน้ำออกไปทางบางปะกงได้เต็มที่ เนื่องจากระดับน้ำด้านนอกอยู่ในระดับสูงเช่นกัน



อีกทางเลือกคือโครงการสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร ซึ่งมีศักยภาพประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีหรือสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ ซึ่งมีศักยภาพประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

แต่ขณะเดียวกัน กรมชลประทานก็ต้องรับมือกับปริมาณน้ำในคลองสำโรงและพื้นที่สมุทรปราการ รวมถึงน้ำจากสมุทรปราการที่ไหลเข้ามายังคลองประเวศบุรีรมย์

จึงทำให้การแก้วิกฤตครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการ สูบน้ำเพิ่ม แต่ต้องบริหารทั้งระบบให้สอดคล้องกัน


สำหรับข้อเสนอที่นายอรรถเศรษฐ์มองว่าเร่งด่วนที่สุด คือ เพิ่มเครื่องสูบน้ำที่สถานีพระโขนงให้ได้มากที่สุด “มีเท่าไรยืมมาทั้งหมด”

ที่ผ่านมา เคยมีการนำเครื่องสูบน้ำระบบไฮดรอลิกจากกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำเข้ามาช่วยในพื้นที่แล้วเมื่อปี 2565 และหากสามารถติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมได้ ก็จะช่วยเพิ่มความเร็วในการระบายน้ำจากเคหะร่มเกล้าได้อย่างมีนัยสำคัญ


ล่าสุดเช้าวันนี้ นายอรรถเศรษฐ์ให้สัมภาษณ์กับ TNN Online ว่า ระดับน้ำบริเวณลำพังพวย ย่านแฟลตคลองจั่น ลดลงแล้วประมาณ 20 เซนติเมตร หลังมีการดำเนินการตามข้อเสนอในการเร่งระบายน้ำ

แต่สำหรับ พื้นที่ร่มเกล้า สถานการณ์ยังหนัก เพราะยังมีทั้งระดับน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ที่สูง กำลังสูบน้ำของพระโขนงที่ลดลง และข้อจำกัดในการผลักน้ำออกจากระบบ

ดังนั้น โจทย์ของร่มเกล้าจึงอาจไม่ใช่เพียง

“น้ำจะลดเมื่อไร?”

แต่คือ

“จะเพิ่มทางออกให้กับน้ำได้เร็วแค่ไหน?”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง