ตลาดแรงงานไทย 2569 ว่างงานต่ำสุดโลก แต่โครงสร้างเริ่มเปราะบาง

ตลาดแรงงานไทยปี 2569 ตัวเลขยังดี แต่แรงกดดันเริ่มชัด
แม้ประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราว่างงานต่ำที่สุดในโลก แต่ข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุดในปี 2569 เริ่มสะท้อนสัญญาณเปราะบางหลายด้าน ทั้งการเลิกจ้างที่เพิ่มขึ้น การว่างงานระยะยาว รายได้แรงงานที่ลดลง รวมถึงแรงกดดันจาก AI และระบบอัตโนมัติที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการจ้างงานอย่างรวดเร็ว
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้มีงานทำประมาณ 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาคเกษตรที่กลับมาขยายตัว หลังสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มคลี่คลาย รวมถึงภาคค้าส่ง ค้าปลีก และขนส่งที่ยังเติบโตต่อเนื่องตามการบริโภคภายในประเทศและภาคท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น แต่อัตราว่างงานกลับขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% หรือคิดเป็นผู้ว่างงานประมาณ 390,000 คน เพิ่มขึ้นราว 9.9% จากปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส
ข้อมูลของ สศช. ระบุว่า ผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ “เคยทำงานมาก่อน” ไม่ใช่ผู้จบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยหลายคนออกจากงานเพราะธุรกิจชะลอตัว ลดกำลังคน หรือปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดต้นทุน
ผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่ม 27% สะท้อนปัญหาหางานไม่ตรงทักษะ
หนึ่งในตัวเลขที่ถูกจับตาคือ “ผู้ว่างงานระยะยาว” หรือผู้ที่ว่างงานเกิน 1 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 27% จากปีก่อน
สศช. มองว่า ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับทั้งเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และ “ช่องว่างด้านทักษะ” ระหว่างแรงงานกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะทักษะดิจิทัล เทคโนโลยี และ AI
ขณะเดียวกัน ยังพบปัญหา “เสมือนว่างงาน” และ “ว่างงานแฝง” เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรและบริการที่ยังมีงานทำ แต่ชั่วโมงทำงานลดลง รายได้ไม่เพียงพอ หรือถูกลดโอที แม้ยังไม่ถูกเลิกจ้างอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลจากวารสารสถานการณ์ตลาดแรงงานของกระทรวงแรงงานระบุว่า หลายธุรกิจเริ่มใช้วิธีลดชั่วโมงทำงานแทนการปลดพนักงานทันที เพื่อลดต้นทุนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือน ปี 2569 อาจเลิกจ้างเฉลี่ย 4 หมื่นคนต่อเดือน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโตต่ำกว่า 2% การเลิกจ้างในระบบประกันสังคมมาตรา 33 อาจอยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณ 40,000 คนต่อเดือน หรือรวมทั้งปีอาจสูงถึง 480,000 คน
กลุ่มที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ ภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น
- สิ่งทอ
- เครื่องใช้ไฟฟ้า
- ชิ้นส่วนยานยนต์
- อุตสาหกรรมส่งออกบางประเภท
หลายโรงงานเริ่มใช้แนวทาง Lean Organization ลดจำนวนพนักงาน พร้อมเพิ่มการใช้เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ในสายการผลิตมากขึ้น
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถ EV ยังทำให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนบางประเภทได้รับผลกระทบ เพราะใช้แรงงานน้อยลงเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบเดิม
ภาคบริการยังจ้างงาน แต่เปลี่ยนรูปแบบการจ้าง
แม้ภาคบริการและท่องเที่ยวยังเป็นกลุ่มที่จ้างงานจำนวนมาก แต่รูปแบบการจ้างเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
หลายธุรกิจหันไปใช้พนักงาน Part-time ฟรีแลนซ์ หรือจ้างตามผลงานมากขึ้น แทนการจ้างประจำเต็มเวลา เพื่อควบคุมต้นทุนและรับมือกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และบริการเดลิเวอรี เป็นกลุ่มที่เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงานชัดเจนที่สุด
67% ขององค์กรหาคนทักษะตรงงานไม่ได้
ผลสำรวจบริษัทจัดหางานและองค์กรเอกชนกว่า 900 แห่ง พบว่า ปัญหาหลักของนายจ้างในปี 2569 ไม่ใช่ “ไม่มีคนสมัครงาน” แต่เป็น “ไม่มีคนที่มีทักษะตรงตามต้องการ”
กว่า 67% ขององค์กรระบุว่า ขาดแคลนผู้สมัครที่มีทักษะและประสบการณ์ตรง โดยเฉพาะสายงาน
- Data Analytics
- AI
- Cybersecurity
- Digital Marketing
- Product Management
- วิศวกรรมระบบอัตโนมัติ
แม้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่ 97% ขององค์กรยังมีแผนปรับขึ้นเงินเดือน โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อรักษาพนักงานที่มีทักษะสูง
แรงงานไทย 71% มองหางานใหม่
ในฝั่งแรงงาน ผลสำรวจพบว่า พนักงานไทยประมาณ 71% กำลังมองหาโอกาสงานใหม่อย่างจริงจัง
สาเหตุสำคัญมาจาก
- เงินเดือนไม่สอดคล้องค่าครองชีพ
- โอกาสเติบโตในองค์กรไม่ชัดเจน
- กังวลเรื่องความมั่นคงในการทำงาน
- ต้องการงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
ขณะเดียวกัน สศช. ระบุว่า ค่าจ้างเฉลี่ยในไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลงประมาณ 0.6% โดยเฉพาะแรงงานอิสระและแรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว
AI เริ่มกดดันตลาดแรงงานไทยชัดขึ้น
อีกประเด็นที่หลายหน่วยงานเริ่มจับตาคือผลกระทบของ Generative AI ต่อแรงงานไทย
ข้อมูลของ สศช. ระบุว่า ณ ไตรมาส 4 ปี 2568 มีแรงงานประมาณ 8.7 ล้านคน หรือ 21.8% ของกำลังแรงงานทั้งหมด อยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก AI และมีประมาณ 2.2 ล้านคนที่มีความเสี่ยงถูกเทคโนโลยีทดแทน
สายงานที่ได้รับผลกระทบสูง ได้แก่
- งานเอกสาร
- งานธุรการ
- Call Center
- งานบัญชีพื้นฐาน
- งานวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป
ขณะที่สายงานที่ยังมีความต้องการสูง คือกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และการสื่อสารกับลูกค้า
ผลสำรวจยังพบว่า แรงงานไทยประมาณ 60% กังวลว่า ทักษะของตนอาจตาม AI ไม่ทัน เพราะองค์กรลงทุนด้านเทคโนโลยีเร็วกว่าแผนฝึกอบรมพนักงาน
เศรษฐกิจชะลอ หนี้ครัวเรือนสูง กดดันแรงงานเพิ่ม
อีกปัจจัยที่กระทบตลาดแรงงานคือ ภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
สศช. คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตในกรอบ 1.5–2.5% โดยยังมีแรงกดดันจาก
- หนี้ครัวเรือนระดับสูง
- กำลังซื้อในประเทศชะลอ
- ต้นทุนพลังงาน
- ความผันผวนเศรษฐกิจโลก
ข้อมูลจากรายงานแรงงานยังระบุว่า แรงงานจำนวนมากมีภาระหนี้ทั้งบ้าน รถ และบัตรเครดิต ทำให้เมื่อรายได้ลดลงหรือถูกเลิกจ้าง จะกระทบเสถียรภาพทางการเงินทันที
ตลาดแรงงานไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ
แม้อัตราว่างงานไทยยังต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่ข้อมูลปี 2569 เริ่มสะท้อนว่า ตลาดแรงงานกำลังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างพร้อมกันหลายด้าน
ทั้งเศรษฐกิจที่โตช้า การแข่งขันสูง เทคโนโลยี AI การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม และปัญหาทักษะแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ทำให้ปี 2569 ถูกมองว่าเป็นอีกปีสำคัญที่แรงงานไทย ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
