รีเซต

ตลาดแรงงานไทย 2569 ว่างงานต่ำสุดโลก แต่โครงสร้างเริ่มเปราะบาง

ตลาดแรงงานไทย 2569 ว่างงานต่ำสุดโลก แต่โครงสร้างเริ่มเปราะบาง
TNN ช่อง16
26 พฤษภาคม 2569 ( 18:09 )
13

ตลาดแรงงานไทยปี 2569 ตัวเลขยังดี แต่แรงกดดันเริ่มชัด

แม้ประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราว่างงานต่ำที่สุดในโลก แต่ข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุดในปี 2569 เริ่มสะท้อนสัญญาณเปราะบางหลายด้าน ทั้งการเลิกจ้างที่เพิ่มขึ้น การว่างงานระยะยาว รายได้แรงงานที่ลดลง รวมถึงแรงกดดันจาก AI และระบบอัตโนมัติที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการจ้างงานอย่างรวดเร็ว

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้มีงานทำประมาณ 41.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากภาคเกษตรที่กลับมาขยายตัว หลังสถานการณ์ภัยแล้งเริ่มคลี่คลาย รวมถึงภาคค้าส่ง ค้าปลีก และขนส่งที่ยังเติบโตต่อเนื่องตามการบริโภคภายในประเทศและภาคท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น แต่อัตราว่างงานกลับขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.94% หรือคิดเป็นผู้ว่างงานประมาณ 390,000 คน เพิ่มขึ้นราว 9.9% จากปีก่อน และถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส

ข้อมูลของ สศช. ระบุว่า ผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ “เคยทำงานมาก่อน” ไม่ใช่ผู้จบใหม่เข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยหลายคนออกจากงานเพราะธุรกิจชะลอตัว ลดกำลังคน หรือปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อลดต้นทุน

ผู้ว่างงานระยะยาวเพิ่ม 27% สะท้อนปัญหาหางานไม่ตรงทักษะ

หนึ่งในตัวเลขที่ถูกจับตาคือ “ผู้ว่างงานระยะยาว” หรือผู้ที่ว่างงานเกิน 1 ปี ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 27% จากปีก่อน

สศช. มองว่า ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับทั้งเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และ “ช่องว่างด้านทักษะ” ระหว่างแรงงานกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะทักษะดิจิทัล เทคโนโลยี และ AI

ขณะเดียวกัน ยังพบปัญหา “เสมือนว่างงาน” และ “ว่างงานแฝง” เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรและบริการที่ยังมีงานทำ แต่ชั่วโมงทำงานลดลง รายได้ไม่เพียงพอ หรือถูกลดโอที แม้ยังไม่ถูกเลิกจ้างอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลจากวารสารสถานการณ์ตลาดแรงงานของกระทรวงแรงงานระบุว่า หลายธุรกิจเริ่มใช้วิธีลดชั่วโมงทำงานแทนการปลดพนักงานทันที เพื่อลดต้นทุนในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือน ปี 2569 อาจเลิกจ้างเฉลี่ย 4 หมื่นคนต่อเดือน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโตต่ำกว่า 2% การเลิกจ้างในระบบประกันสังคมมาตรา 33 อาจอยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณ 40,000 คนต่อเดือน หรือรวมทั้งปีอาจสูงถึง 480,000 คน

กลุ่มที่ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ ภาคการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น

  • สิ่งทอ
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ชิ้นส่วนยานยนต์
  • อุตสาหกรรมส่งออกบางประเภท

หลายโรงงานเริ่มใช้แนวทาง Lean Organization ลดจำนวนพนักงาน พร้อมเพิ่มการใช้เครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ในสายการผลิตมากขึ้น

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถ EV ยังทำให้อุตสาหกรรมชิ้นส่วนบางประเภทได้รับผลกระทบ เพราะใช้แรงงานน้อยลงเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบเดิม

ภาคบริการยังจ้างงาน แต่เปลี่ยนรูปแบบการจ้าง

แม้ภาคบริการและท่องเที่ยวยังเป็นกลุ่มที่จ้างงานจำนวนมาก แต่รูปแบบการจ้างเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

หลายธุรกิจหันไปใช้พนักงาน Part-time ฟรีแลนซ์ หรือจ้างตามผลงานมากขึ้น แทนการจ้างประจำเต็มเวลา เพื่อควบคุมต้นทุนและรับมือกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และบริการเดลิเวอรี เป็นกลุ่มที่เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงานชัดเจนที่สุด

67% ขององค์กรหาคนทักษะตรงงานไม่ได้

ผลสำรวจบริษัทจัดหางานและองค์กรเอกชนกว่า 900 แห่ง พบว่า ปัญหาหลักของนายจ้างในปี 2569 ไม่ใช่ “ไม่มีคนสมัครงาน” แต่เป็น “ไม่มีคนที่มีทักษะตรงตามต้องการ”

กว่า 67% ขององค์กรระบุว่า ขาดแคลนผู้สมัครที่มีทักษะและประสบการณ์ตรง โดยเฉพาะสายงาน

  • Data Analytics
  • AI
  • Cybersecurity
  • Digital Marketing
  • Product Management
  • วิศวกรรมระบบอัตโนมัติ

แม้เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่ 97% ขององค์กรยังมีแผนปรับขึ้นเงินเดือน โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อรักษาพนักงานที่มีทักษะสูง

แรงงานไทย 71% มองหางานใหม่

ในฝั่งแรงงาน ผลสำรวจพบว่า พนักงานไทยประมาณ 71% กำลังมองหาโอกาสงานใหม่อย่างจริงจัง

สาเหตุสำคัญมาจาก

  • เงินเดือนไม่สอดคล้องค่าครองชีพ
  • โอกาสเติบโตในองค์กรไม่ชัดเจน
  • กังวลเรื่องความมั่นคงในการทำงาน
  • ต้องการงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สศช. ระบุว่า ค่าจ้างเฉลี่ยในไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลงประมาณ 0.6% โดยเฉพาะแรงงานอิสระและแรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว

AI เริ่มกดดันตลาดแรงงานไทยชัดขึ้น

อีกประเด็นที่หลายหน่วยงานเริ่มจับตาคือผลกระทบของ Generative AI ต่อแรงงานไทย

ข้อมูลของ สศช. ระบุว่า ณ ไตรมาส 4 ปี 2568 มีแรงงานประมาณ 8.7 ล้านคน หรือ 21.8% ของกำลังแรงงานทั้งหมด อยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจาก AI และมีประมาณ 2.2 ล้านคนที่มีความเสี่ยงถูกเทคโนโลยีทดแทน

สายงานที่ได้รับผลกระทบสูง ได้แก่

  • งานเอกสาร
  • งานธุรการ
  • Call Center
  • งานบัญชีพื้นฐาน
  • งานวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป

ขณะที่สายงานที่ยังมีความต้องการสูง คือกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และการสื่อสารกับลูกค้า

ผลสำรวจยังพบว่า แรงงานไทยประมาณ 60% กังวลว่า ทักษะของตนอาจตาม AI ไม่ทัน เพราะองค์กรลงทุนด้านเทคโนโลยีเร็วกว่าแผนฝึกอบรมพนักงาน

เศรษฐกิจชะลอ หนี้ครัวเรือนสูง กดดันแรงงานเพิ่ม

อีกปัจจัยที่กระทบตลาดแรงงานคือ ภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

สศช. คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตในกรอบ 1.5–2.5% โดยยังมีแรงกดดันจาก

  • หนี้ครัวเรือนระดับสูง
  • กำลังซื้อในประเทศชะลอ
  • ต้นทุนพลังงาน
  • ความผันผวนเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลจากรายงานแรงงานยังระบุว่า แรงงานจำนวนมากมีภาระหนี้ทั้งบ้าน รถ และบัตรเครดิต ทำให้เมื่อรายได้ลดลงหรือถูกเลิกจ้าง จะกระทบเสถียรภาพทางการเงินทันที

ตลาดแรงงานไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ

แม้อัตราว่างงานไทยยังต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ แต่ข้อมูลปี 2569 เริ่มสะท้อนว่า ตลาดแรงงานกำลังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างพร้อมกันหลายด้าน

ทั้งเศรษฐกิจที่โตช้า การแข่งขันสูง เทคโนโลยี AI การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม และปัญหาทักษะแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

ทำให้ปี 2569 ถูกมองว่าเป็นอีกปีสำคัญที่แรงงานไทย ภาคธุรกิจ และภาครัฐ ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง