ซูเปอร์เอลนีโญเขย่าโลก ไทยเสี่ยงร้อนจัด กระทบเศรษฐกิจ

โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจาก “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่อาจทำให้อากาศร้อนจัดรุนแรงขึ้น โดย Climate Impact Lab แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโกประเมินว่า ความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากเอลนีโญอาจทำให้เกิด การเสียชีวิตส่วนเกินทั่วโลกประมาณ 451,000 ราย ตลอดช่วงเดือนมิถุนายน 2026 ถึงกุมภาพันธ์ 2027 เมื่อเทียบกับปีปกติ
วันร้อนจัดทั่วโลกอาจเพิ่ม 44%
Climate Impact Lab ประเมินว่า อุณหภูมิพื้นดินทั่วโลกในช่วงเอลนีโญครั้งนี้อาจสูงกว่าปกติประมาณ 1.2 องศาเซลเซียส และทำให้จำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดเพิ่มขึ้นประมาณ 44% เมื่อเทียบกับปีปกติ
ประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มได้รับผลกระทบหนัก โดยภูมิภาคซาเฮลในแอฟริกาอาจมีผู้เสียชีวิตส่วนเกินจากความร้อนประมาณ 66,800 ราย ในจำนวนนี้ไนจีเรียประมาณ 31,400 ราย ซูดานประมาณ 17,500 ราย ไนเจอร์ 10,000 ราย และชาด 8,000 ราย (
ไทยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอีกพื้นที่ที่ต้องจับตา โดย Climate Impact Lab ประเมินว่า ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย และกัมพูชา อาจมีผู้เสียชีวิตส่วนเกินจากความร้อนรวมประมาณ 19,400 ราย ขณะที่อินโดนีเซียเพียงประเทศเดียวอาจมีประมาณ 19,300 ราย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 19,400 รายเป็นประมาณการรวม 4 ประเทศ ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะประเทศไทย และเป็น แบบจำลองคาดการณ์ เมื่อเทียบกับปีปกติ ไม่ใช่จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นแล้ว
เตือนโลกเตรียมรับความร้อน
Climate Impact Lab เปรียบสถานการณ์ครั้งนี้ว่าเป็นเสมือนคำเตือนจากอนาคต เพราะระดับความร้อนที่โลกกำลังเผชิญจากเอลนีโญ อาจมีลักษณะใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่โลกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจต้องเผชิญเป็นปกติในอีกประมาณ 20 ปีข้างหน้า
ไมเคิล กรีนสโตน นักเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยชิคาโกและผู้ร่วมก่อตั้ง Climate Impact Lab ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวสามารถช่วยให้รัฐบาลมองเห็นพื้นที่เสี่ยง และนำมาตรการฉุกเฉินไปใช้ได้ตรงจุด ซึ่งมีโอกาสช่วยลดการเสียชีวิตได้หลายหมื่นคนในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ไทยต้องจับตาแรงงาน-เกษตร-ค่าไฟ
สำหรับประเทศไทย ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะด้านสุขภาพ หากอุณหภูมิสูงผิดปกติต่อเนื่อง ยังอาจเพิ่มแรงกดดันต่อ แรงงานกลางแจ้ง ภาคเกษตร ความต้องการใช้ไฟฟ้า และต้นทุนการผลิต
ผลกระทบที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียเริ่มสะท้อนความเสี่ยงดังกล่าวแล้ว โดย Reuters รายงานว่า ซูเปอร์เอลนีโญและฤดูแล้งที่ยาวนานกำลังกดดันผลผลิตสินค้าเกษตรหลายชนิด และอินโดนีเซียคาดว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะต่อเนื่องเข้าสู่ช่วงต้นปี 2027
ดังนั้น หากซูเปอร์เอลนีโญทำให้อุณหภูมิในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงขึ้นต่อเนื่อง โจทย์ของไทยจะไม่ได้มีเพียงการรับมืออากาศร้อน แต่ต้องเตรียมพร้อมทั้ง ระบบสาธารณสุข การบริหารจัดการน้ำ ภาคเกษตร ระบบไฟฟ้า และการคุ้มครองแรงงานกลางแจ้ง เพื่อจำกัดผลกระทบต่อชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
