กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงาน “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2569” ยกระดับข้าวไทย สู่ตลาดโลก

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงาน “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2569” ชูแนวคิด “รวมใจภักดิ์ รักษ์ข้าวไทย สองทศวรรษกรมการข้าวก้าวไกล ใต้ร่มพระบารมีพระพันปีหลวง” ยกระดับข้าวไทย สู่ตลาดโลก
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานงานแถลงข่าววันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “รวมใจภักดิ์ รักษ์ข้าวไทย สองทศวรรษกรมการข้าวก้าวไกล ใต้ร่มพระบารมีพระพันปีหลวง” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 มิถุนายน 2569 ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร
เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีต่อกิจการด้านข้าวและชาวนาไทย พร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาข้าวไทยสู่อนาคต ผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ โดยมี นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมการข้าว ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาข้าวไทย ผ่านแนวทางเกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรอัจฉริยะ และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร
รวมถึงการพัฒนาพันธุ์ข้าว การแปรรูป และการสร้างอัตลักษณ์ข้าวไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก เพื่อยกระดับข้าวไทยให้เป็นสินค้าคุณภาพที่แข่งขันได้ในตลาดโลก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศในระยะยาว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับ “ข้าว” ในฐานะพืชเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งยกระดับข้าวไทยสู่การผลิตยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่า พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้องค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สามารถพึ่งพาตนเอง และสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวเกษตรกร
นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงมีต่อกิจการด้านข้าวและชาวนาไทย รวมถึงเชิดชูชาวนาไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักของประเทศ
รวมถึงเชื่อมโยงนโยบายการพัฒนาข้าวลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการวางระบบการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความมั่นคงให้แก่ชาวนาไทย ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการผลิตข้าวที่สอดคล้องกับบริบทการเกษตรยุคใหม่
“อนาคตของข้าวไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริโภค แต่สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้อีกหลากหลาย ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ และเวชสำอาง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อยกระดับข้าวไทยและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรในระยะยาว” ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 5–7 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. ณ กรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพมหานคร
เพื่อร่วมเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตข้าวสมัยใหม่ สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชาวนาไทย และร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตข้าวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมที่สะท้อนหลายมิติด้านวิชาการ เทคโนโลยี และวิถีวัฒนธรรมชาวนาไทยอย่างครบถ้วน
โดยในวันที่ 6 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงานและทอดพระเนตรนิทรรศการภายในงาน รวมถึงการสาธิตนวัตกรรมแปลงนาอัจฉริยะด้วยโดรนการเกษตร และรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า รถดำนาไร้คนขับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการเกษตรอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติ นิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านข้าว การสาธิตเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ เวทีเสวนาวิชาการอาทิ หัวข้อ “พลิกโฉมเกษตรกรรมไทย : ข้าวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice) เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” และหัวข้อ “ทำนาอย่างไรให้รอดจากข้าวดีด ข้าวเด้ง”
รวมถึงกิจกรรมสร้างสีสัน อาทิ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง “ชาวนาเสียงทอง” การประกวดธิดาชาวนา การแข่งขันทำหุ่นไล่กา และการแสดงมินิคอนเสิร์ต อีกทั้งยังมีการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวกว่า 35 ร้านค้า จากเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนทั่วประเทศ
โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้าชมงานได้ฟรีตลอดทั้ง 3 วัน และพิเศษสำหรับผู้ที่มาร่วมงาน 400 ท่านแรกที่ลงทะเบียนภายในงานในวันที่ 5 และ วันที่ 7 มิถุนายน จะได้รับคูปองมูลค่า 200 บาท สำหรับใช้เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากร้านค้าภายในงานอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
