"เอสเอ็มอี" อ่วม! น้ำทะลัก หวั่นไปต่อไม่ไหว

คุณ แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ประเมินผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจากปัญหาอุทกภัยว่า ทุกครั้งที่เกิดขึ้น เอสเอ็มอีจะได้รับความเสียหายจำนวนมาก แม้จะมีบทเรียนเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วก็ตาม
อย่างเหตุการณ์ล่าสุด ผู้ประกอบการที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารการเตือนภัยอย่างทันท่วงที ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือในการประกอบอาชีพ รวมถึงวัตถุดิบ ได้ทันก็จะได้รับความเสียหายเป็นอย่างหนัก
ผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่จะทำให้รายได้หายไป แต่หากกินเวลานานจะส่งผลให้ธุรกิจเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง จนไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถไปหยุดยั้งภัยธรรมชาติได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือการบริหารจัดการความเสี่ยงและกลยุทธ์ในการทำงานที่จะต้องสอดประสานกันอย่างเป็นระบบ เมื่อทำได้แบบนี้แล้ว เชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเบาบางลง และช่วยลดงบประมาณของรัฐได้อีกด้วย ซึ่งมี 3 ประเด็นสำคัญ
เรื่องแรกคือ การบริหารจัดการโครงสร้างของระบบน้ำทั้งประเทศ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากสามารถทำโรดแมป และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เชื่อว่าจะช่วยลดผลกระทบความเสียหายในวงกว้างได้ในอนาคต เรื่องนี้ เป็นสิ่งรอไม่ได้อีกต่อไป เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก นับวันยิ่งรุนแรง แต่ควรต้องสามารถนำมาวัดผลสำเร็จและมีผู้ได้รับประโยชน์ในเชิงประจักต์ได้จริง
ถัดมาคือ มิติในด้านเศรษฐกิจ ควรมีกระบวนการประเมินผลกระทบและประเมินการแก้ไขปัญหาจากเหตุภัยพิบัติ เนื่องจากที่ผ่านมา ภาระมักตกอยู่กับผู้ประกอบการที่จะต้องหาเงินทั้งในและนอกระบบเอง เพื่อนำมาฟื้นฟูธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
แม้จะได้รับเงินเยียวยาบางส่วน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น หากธุรกิจไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ ก็อาจลุกลามไปถึงการจ้างงาน ซึ่งการหยุดกิจการถาวร จะส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ในวงกว้าง และทุกครั้งที่เกิดอุทกภัย ก็จะทำให้คนจนเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะจะต้องใช้เม็ดเงินในการซ่อมแซมบ้านเรือนของตนเอง
โดยมองว่าสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ คือ เงินทุน แต่ที่ผ่านมาเอสเอ็มอีมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระดับต่ำจนถึงติดลบ ดังนั้น กลไกที่ต้องพัฒนา คือปรับปรุงหลักเกณฑ์ระบบการให้สินเชื่อ การบริหารความเสี่ยงที่ต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐ แต่เงินอย่างเดียวก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด ดังนั้น ควรต้องมีการเตรียมความพร้อม และยกระดับขีดความสามารถของเอสเอ็มอีเพิ่มเติมด้วย
และสุดท้าย คือ การนำประกันภัยเข้ามามีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ตลอดจนเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน
คุณ แสงชัย กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ เห็นหน่วยงานรัฐมีความตั้งใจแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แต่สิ่งที่สำคัญคือ สปีด หรือความรวมเร็วในการแก้ไขปัญหา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
