9 มิ.ย. ในหลวง ครองราชย์ 70 ปี…70 ปีแห่งความเรืองรอง

9 มิ.ย. ในหลวง ครองราชย์ 70 ปี…70 ปีแห่งความเรืองรอง

นับเนื่องเป็นเวลา 70 ปีแล้ว ที่พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง ทรงงาน ตรากตรำอุทิศพระวรกาย เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกหนแห่งในแผ่นดินขวานทอง ใช้สองพระหัตถ์ทำนุบำรุงแก้ไข ทุกพระราชดำริเพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ มีความร่มเย็นเป็นสุข

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (MOUNT AUBURN) รัฐเมสสาชูเซตต์ (MASSACHUSETTS) ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพระนามเดิมว่า “พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพมหานคร ต่อจากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซานน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติและทรงได้รับประกาศนียบัตร บาเชอลิเย เอ แลทร์ จากการศึกษา ดังกล่าว ทรงรอบรู้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และ ละติน ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาใน แผนกวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลชานน์

2 มีนาคม พ.ศ. 2477 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี ขณะที่มีพระชนมายุเพียง 8 พรรษาและประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดังนั้น จึงมีการแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อานันทมหิดล เสด็จพระราชดำเนิน นิวัติพระนคร เป็นครั้งแรก พร้อมด้วย พระบรมราชชนนี สมเด็จพระนางเจ้าพี่นางเธอฯ และสมเด็จพระอนุชา ภายหลังจากที่ทรงครองราชย์ ในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2488 ระหว่างกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เพียง 4 วัน พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยทรงต้องพระแสงปืนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ณ ห้องพระบรรทม พระที่นั่งบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวัง รวมระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติทั้งสิ้น 12 ปี

และในวันเดียวกันนั้นเอง 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 รัฐสภาลงมติเป็นเอกฉันท์ อัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช ขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ต่อไป เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 จึงเป็นวันที่แผ่นดินไทย ได้มีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุดในโลก ที่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ เพื่อยังความร่มเย็นเป็นสุข พัฒนาสถาพรก้าวหน้าดีงาม ทรงงานหนักเพื่อแผ่นดินจนเป็นที่ประจักษ์แจ้งไปทั่วโลก นานาพระราชกรณียกิจและโครงการตามพระราชดำริ ได้พลิกฟื้นแผ่นดินไทยให้อุดมสมบูรณ์ ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ มีอาชีพ มีที่ทำกิน ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระราชทานมาเป็นของขวัญล้ำค่าแก่พสกนิกรชาวไทย ให้ใช้เป็นแก่นของการดำเนินชีวิต

นับเนื่องเป็นเวลา 70 ปีแล้ว ที่พสกนิกรชาวไทย เย็นศิระเพราะพระบริบาล ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์

 

Tags: ครองราชย์70ปี ในหลวง ครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ข่าวที่เกียวข้อง