สลด! สามีหอบลูกหนีพยาบาลสาว ตามมาบ้านเคาะเรียกไม่เปิด น้อยใจผูดคอดับ

สลด! สามีหอบลูกหนีพยาบาลสาว ตามมาบ้านเคาะเรียกไม่เปิด น้อยใจผูดคอดับ
มติชน
29 สิงหาคม 2563 ( 18:55 )
201
1
สลด! สามีหอบลูกหนีพยาบาลสาว ตามมาบ้านเคาะเรียกไม่เปิด น้อยใจผูดคอดับ

     สามีหอบลูกหนี พยาบาลสาวมาตามเคาะเรียกไม่เปิด น้อยใจผูดคอดับคาโรงรถ พี่สาวยังไม่ปักใจเชื่อน้องฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบข้อเท็จจริง

 

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. พ.ต.ท.ภัฏ ผดุงรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งว่ามี คนผูกตาย อยู่ที่บ้านเลขที่ 6/4 ถ.พหลโยธิน ซอย23 แยก 1 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี จึงได้ไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.สระบุรี และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสระบุรี ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น บริเวณหน้ามีกระป๋องสีกองเต็มไปหมด มีรถปิกอัพ 1 คัน เอาไว้สำหรับขนของ และรถเก๋งอีก 1 คัน จอดอยู่ภายในบ้าน ถัดมาพบ ผู้เสียชีวิตที่ผูกคอเสียชีวิตอยู่ใกล้กับรถเก๋ง สามีได้นำร่างลงมานอนที่พื้นก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปถึง และยังพบ ถุงเสื้อผ้า 2-3 ถุง วางกองอยู่หน้าประตูบ้าน มีเศษขยะตกเกลื่อนข้างผู้เสียชีวิต โดยได้ส่งศพไปชันสูตร ที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระเทพ อ.องครักษ์ จ.นครนายก

 

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำสามีของผู้ตาย กล่าวว่า  ตนเองมีภรรยา 2 คน คนแรกอายุ 37 ปี ซึ่งเป็นภรรยาหลวง อยู่กับตนที่บ้านหลังดังกล่าว และคนที่สองอายุ 42 ปี  ไม่ได้ทำงาน มีลูกด้วยกัน 1 คน เป็นผู้หญิง อายุ 3 ปี ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวานนี้ วันที่ 28 ส.ค. ตนเองได้ไปที่บ้านของผู้ตายและเกิดมีปากเสียงกันเรื่องลูก ตนจึงได้เอาลูกสาว อายุ 3 ปี กลับมาอยู่กับตนที่บ้าน จนเวลาประมาณ 01.00 น. ผู้ตายได้ตามมาที่บ้านของตนและเปิดประตูรั้วบ้านเข้ามาอยู่ข้างในบ้าน แต่ไม่รู้ว่ามารถอะไร และตะโกนเรียกให้เปิดประตูบ้าน แต่ตนเองไม่เปิดให้กลัวว่าจะทะเลาะกัน เนื่องจากว่า ตนเองไปเอาลูกสาวมาและผู้ตายน่าจะมาขอลูกสาวคืน จนผู้ตายโวยวายไปพักใหญ่ และมีเสียงดังกุกๆกักๆ แล้วเสียงก็เงียบหายไป ตนเองก็ไม่ได้สนใจ และไม่ได้เปิดประตูออกมาดู นึกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

จนรุ่งเช้า ภรรยาคนแรกได้เปิดประตูบ้านออกมา ก็ตกใจ เห็นผู้ตายได้ผูกคอกับขื่อหลังคาโรงรถข้างเสาหน้าบ้าน จึงได้วิ่งเข้าไปเรียกให้ตนออกมาดู ก็พบผู้ตายผูกคอเสียชีวิตแล้ว ขณะนั้นได้มีคนรู้จักมาหาพอดี เห็นเหตุการณ์จึงได้ช่วยกันนำร่างของผู้ตายลงมานอนที่พื้น ผู้ตายน่าจะน้อยใจที่ทะเลาะกับตนเอง และตนได้เอาลูกมาจึงตัดสินใจทำเรื่องดังกล่าว ตนจึงรีบโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุดังกล่าว

 

จากนั้นพี่สาวผู้ตาย พร้อมพี่เขย ได้เดินทางมาดูศพในที่เกิดเหตุ ได้เข้าไปกอดร่างที่ไร้วิญญาณของน้องสาว เสียใจร้องห่มร้องไห้เป็นการใหญ่ และได้เห็นหน้าผากของน้องสาวมีอาการโนและแตก มีเลือดไหลนิดๆ จึงได้ถาม สามีผู้ตายว่า ทำมี่หัวมีรอยแตกและเลือดออก โดยสามีผู้ตายบอกว่าไม่รู้ และยังได้ถามอีกว่า  ไม่รู้ได้อย่างไรเพราะอยู่ด้วยกันในที่เกิดเหตุ ซึ่งสามีก็ไม่ได้ตอบอะไร ดังนั้นจึงสงสัยในการตายของน้องสาว อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนหาข้อเท็จจริง

 

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ปักใจเชื่อคำพูดของสามีผู้ตายในการให้ปากคำไม่ตรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เช่น การผูกคอตาย เป็นเชือกไนร่อนเหนียวขนาดใหญ่ เบอร์ 20 ธรรมดาถ้าคนผูกคอตายจะไม่ใช้เชือกใหญ่ เพราะมันผูกเป็นเงื่อนไม่ได้ และยังนำศพลงมาก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง ยังพบ บาดแผลที่บริเวณหน้าผากมีเลือกไหลออกมาเล็กน้อย และยังบอกว่าไปหาผู้ตายที่แก่งคอย เพื่อเอาลูกสาวมาอยู่ด้วย แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่า ไปทะเลาะกันอยู่ที่บ้านผู้ตาย และยังบอกอีกว่า ผู้ตายไม่มีงานทำ แต่ทางพี่สาวบอกว่า ผู้ตายเป็นนางพยาบาลอยู่ที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ขณะนี้ได้ลาเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุขาหัก และที่โรงรถยังมีกล้องวงจรปิดแต่ว่า สามีบอกเสียใช้ไม่ได้ และยังพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ ชูสเตอร์ สีดำแดง ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนติดที่รถ แต่ได้เปิดใต้เบาะรถดูพบ ป้าย พ.ร.บ. หมายเลขทะเบียนรถ 1 กง 539 สระบุรี ลักษณะน่าจะมีคนจูงออกมาไว้หน้าบ้าน หันหัวรถออกไปทางถนน


พ.ต.ท.ภัฏ ผดุงรัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี จึงได้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานสระบุรี มาตรวจดีเอ็นเอของผู้ตาย และของในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อหาหลักฐานการเสียชีวิตว่าเสียชีวิตก่อนแล้วจึงได้นำศพไปผูกคอเพื่ออำพลางคดีหรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง