รีเซต

ท่ามกลางเสียงปืน มีเสียงเงิน ฝ่าวิกฤติ “สงครามตะวันออกกลาง”

ท่ามกลางเสียงปืน มีเสียงเงิน ฝ่าวิกฤติ “สงครามตะวันออกกลาง”
ทันหุ้น
21 เมษายน 2569 ( 20:30 )

"Dr. ครับ ข่าวสงครามยิงกันโครมๆ แบบนี้ พับแผนบุกตะวันออกกลางไปก่อนดีไหมครับ?"

#ทันหุ้น-สัปดาห์นี้ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องธุรกิจ Wellness แต่พอมีข่าวสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้น โทรศัพท์ผมก็ดังไม่หยุด นักธุรกิจหลายคนที่กำลังจะลงสนาม เกิดอาการ "เบรกแตก" สั่งชะลอโปรเจ็กต์กันเป็นแถว

ในฐานะที่ผมผ่านร้อนผ่านหนาวในสมรภูมิการค้าระหว่างประเทศมาพอสมควร ผมอยากจะบอกทุกท่านสั้นๆ ว่า "เวลาที่คนอื่นตื่นตระหนกจากพาดหัวข่าว คือเวลาที่นักลงทุนตัวจริงลงมือทำกำไรครับ"

คนไทยมักจะเหมารวมว่า "ตะวันออกกลาง = สงคราม"

แต่ในความเป็นจริง ภูมิภาคนี้กว้างใหญ่มากครับ จุดที่มีการปะทะกันมักอยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนหรือทะเลแดง (Levant & Red Sea) แต่กลุ่มประเทศ GCC (Gulf Cooperation Council) อย่าง บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย และ ยูเออี นั้น คือ "Safe Haven" (หลุมหลบภัย) ที่มีความมั่นคงทางทหารสูงสุด และแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปะทะโดยตรง

แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับผลกระทบเต็มๆ คือ "Supply Chain Disruption" (ห่วงโซ่อุปทานชะงักงัน) และนี่แหละครับ... คือ "โอกาสทองฝังเพชร" ของผู้ผลิตไทย!

มาเจาะลึกกันครับว่า ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัย มีขุมทรัพย์อะไรซ่อนอยู่?

1. The Shift to the "East" (เมื่อเส้นทางตะวันตกถูกปิดตาย)

ปกติแล้ว ประเทศเศรษฐีน้ำมันนำเข้าสินค้าพรีเมียมจากยุโรปและอเมริกา แต่เมื่อเกิดสงคราม การขนส่งผ่านคลองสุเอซ (Suez Canal) หรือทะเลแดงมีความเสี่ยงสูงมาก ค่าระวางเรือพุ่งปรี๊ด หรือถึงขั้นบริษัทเรืองดวิ่ง

Insight: ทันทีที่เส้นทางตะวันตกมีปัญหา รัฐบาลและผู้นำเข้าจะหันหัวเรือมาพึ่งพา "เอเชีย" ทันทีครับ!

ประเทศไทยในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียน จึงกลายเป็น Strategic Partner (พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์) ที่ปลอดภัยที่สุด สินค้าอะไรที่เขาเคยง้อตะวันตก ตอนนี้เขาพร้อมเปิดใจใช้ของไทยแทน ขอแค่เราส่งของให้เขาได้ตรงเวลา

2. The Panic Stockpiling (ยุทธศาสตร์กักตุนเสบียง)

ในยามสงคราม สิ่งที่รัฐบาลตะวันออกกลางกลัวที่สุดไม่ใช่ลูกปืน แต่คือ "ความอดอยาก" เพราะเขาผลิตอาหารเองไม่ได้

เมื่อเกิดความตึงเครียด นโยบาย Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร) จะถูกยกระดับเป็น Food Defense (การป้องกันทางอาหาร)

Insight: ห้างสรรพสินค้าและหน่วยงานรัฐจะเร่งนำเข้าสินค้ากลุ่ม "เสบียง" มากกว่าช่วงปกติถึง 2-3 เท่า สินค้าดาวรุ่งพุ่งทะลุเพดานในยามนี้คือ:

อาหารกระป๋อง / อาหารแห้งที่เก็บได้นาน (Long Shelf-life)

ข้าวสาร ธัญพืช น้ำตาล

เวชภัณฑ์ ยาสามัญ และอุปกรณ์การแพทย์ (Medical Supplies)

ถ้าโรงงานคุณมีของพร้อมส่ง และมีมาตรฐานฮาลาล นี่คือจังหวะที่คุณสามารถปิดดีลระดับ "เหมาตู้คอนเทนเนอร์" ได้ภายในพริบตา

3. The Rebuilding Boom (โอกาสในการฟื้นฟู)

สงครามมีวันเลิกราครับ และทันทีที่ฝุ่นควันจางลง สิ่งที่ตามมาทันทีคือ "การบูรณะก่อสร้าง" (Reconstruction)

ประเทศรอบข้างที่บอบช้ำ จะต้องการวัสดุก่อสร้างมหาศาล และบาห์เรน/ซาอุดีอาระเบีย มักจะรับบทเป็น "พี่ใหญ่" ที่ช่วยอัดฉีดเงินทุนและเป็นจุดพักสินค้า (Transit Hub) สำหรับส่งวัสดุก่อสร้างเข้าไปฟื้นฟูประเทศเหล่านั้น

Insight: ผู้รับเหมาและผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างไทย (ปูนซีเมนต์, เหล็ก, แผงโซลาร์เซลล์, นวัตกรรมก่อสร้างเร็ว) ที่ไปตั้งฐานรอไว้ที่บาห์เรน จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้คว้าสัมปทานเค้กก้อนนี้ครับ

บทสรุป: ความกลัวมีราคาแพงเสมอ

ผมไม่ได้บอกให้ท่านประมาท หรือวิ่งเข้าหาลูกปืน

แต่ผมกำลังบอกให้ท่าน "แยกแยะภูมิรัฐศาสตร์" (Geopolitics) ให้เป็น

อย่าปล่อยให้ข่าวสงครามในประเทศหนึ่ง มาตัดโอกาสการค้าในอีกประเทศหนึ่งที่กำลังควานหาซัพพลายเออร์อย่างบ้าคลั่ง

บาห์เรน ยังคงเป็นประตูการค้าที่เปิดกว้างและปลอดภัยที่สุด

ในขณะที่คู่แข่งของคุณกำลังนั่งดูข่าวแล้วกดปุ่ม "ยกเลิก"

นี่คือเวลาที่คุณต้องกดปุ่ม "เร่งเครื่อง" บินไปนำเสนอสินค้าที่เขากำลังขาดแคลนที่สุดครับ

สัปดาห์หน้า สัญญาครับว่าจะกลับมาคุยเรื่อง Medical & Wellness Tourism ตามที่ติดค้างไว้ เพราะหลังจากวิกฤติผ่านพ้น เรื่อง "สุขภาพ" จะกลายเป็นวาระแห่งชาติที่ตะวันออกกลางพร้อมทุ่มงบไม่อั้นแน่นอน!

Dr. Sidney

ข่าวที่เกี่ยวข้อง