THAI โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 12 บาท เดินหน้าขยายฝูงบิน หนุนกำไรระยะยาว

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #THAI โบรก แนะนำ “ซื้อ” เป้า 12 บาท เดินหน้าขยายฝูงบิน หนุนกำไรระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI พร้อมราคาเป้าหมาย 12.00 บาท โดยมองว่าปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจะสามารถชดเชยแรงกดดันระยะสั้นจากความเสี่ยงด้านแรงขายหุ้นแปลงหนี้ (Debt-to-Equity Conversion Shares) ได้
หลังจาก THAI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 ที่ 10,100 ล้านบาท โกลเบล็กคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะชะลอลงตามปัจจัยฤดูกาลเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่สูงขึ้น และกลยุทธ์ธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น ทั้งการบริหารราคา การทำการตลาดเชิงรุก และการปรับเส้นทางบินให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
โกลเบล็กประเมินว่า THAI ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างยั่งยืน จากจุดแข็งด้านการบริการ การบริหารเครือข่ายเส้นทางบิน และการควบคุมต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ต่อเที่ยวบินและประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวม
ด้านแผนขยายฝูงบิน บริษัทมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนเครื่องบินจาก 80 ลำ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 เป็น 102 ลำภายในสิ้นปี 2569 ก่อนเพิ่มเป็น 111 ลำในปี 2570 และ 128 ลำในปี 2571 โดยประกอบด้วยเครื่องบิน Boeing 787-8 จำนวน 10 ลำ, Boeing 787-9 จำนวน 4 ลำ และ Airbus A321 Neo จำนวน 12 ลำ ที่จะทยอยเข้าประจำการตั้งแต่ไตรมาส 2-4/2569
โบรกเกอร์มองว่าแผนขยายฝูงบินดังกล่าวมีความเหมาะสมทั้งด้านการเงินและกลยุทธ์ ภายใต้สภาวะอุตสาหกรรมการบินที่ยังมีความผันผวน โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมัน ความไม่แน่นอนของอุปสงค์ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่การบริหารสัดส่วนเครื่องบินลำตัวกว้างและลำตัวแคบอย่างเหมาะสม จะช่วยรองรับความต้องการในเส้นทางหลัก เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น รวมถึงเส้นทางใหม่อย่างเมืองรองในประเทศจีนและอัมสเตอร์ดัม ส่งผลให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) และผลตอบแทนต่อเที่ยวบิน (Yield) อยู่ในระดับสูง
ในด้านต้นทุนน้ำมัน โกลเบล็กมองว่าความเสี่ยงเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังราคาน้ำมันอากาศยานปรับลดลงจากประมาณ 230 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน เหลือราว 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายน ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยานกับน้ำมันดิบ (Jet Crack Spread) ปรับลดลงจากระดับสูงสุด 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหลือประมาณ 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ THAI ยังมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน (Fuel Hedging) โดยครอบคลุมประมาณ 50% ของการใช้น้ำมันในไตรมาส 2/2569 และ 30% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ส่งผลให้ผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนน้ำมันอยู่ในระดับจำกัด อีกทั้งบริษัทมีอำนาจการกำหนดราคาค่อนข้างสูงและสามารถผลักภาระต้นทุนบางส่วนผ่านค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Surcharge) ได้
โกลเบล็กยังมองว่า THAI ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความคล่องตัวขององค์กร ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว การบริหารราคาตั๋วโดยสารตามสถานการณ์ การจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และการยกระดับบริการบนเครื่องบิน ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้และรักษาอัตราการบรรทุกผู้โดยสารให้อยู่เหนือระดับ 80% อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังสามารถบริหารประสิทธิภาพการใช้เครื่องบิน เที่ยวบิน และบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิผล
สำหรับประมาณการผลประกอบการ โกลเบล็กคาดว่า THAI จะมีกำไรสุทธิ 27,671 ล้านบาทในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากกำไรปกติ 3.9% ก่อนเร่งตัวเป็น 34,927 ล้านบาทในปี 2570 และ 41,928 ล้านบาทในปี 2571 ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) คาดอยู่ที่ 0.98 บาท, 1.23 บาท และ 1.48 บาท ตามลำดับ
จากประมาณการดังกล่าว หุ้น THAI ซื้อขายที่ P/E ปี 2569 เพียง 6.9 เท่า และลดลงเหลือ 5.5 เท่าในปี 2570 ซึ่งยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับแนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะยาว โดยโกลเบล็กยังเชื่อว่าผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบจากแรงขายระยะสั้น และสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
