TWPCลุ้นโรงงานในจีน ดันกำไรปีนี้เข้าเป้า200ล.

#TWPC #ทันหุ้น - TWPC ยอมรับผลงานไตรมาส 2/2569 ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง พร้อมปรับแผนล็อกต้นทุน-หาแหล่งจัดซื้อบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ราคาถูกลง เตรียมเปิดโรงงานใหม่จีน หวังหนุนกำไรปีนี้ตามเป้า 200 ล้านบาท สนใจเกาะกระแสฟุตบอลโลกที่อาจส่งผลดีต่อกลุ่มอาหารพร้อมทานอาจจัดแคมเปญในอนาคต
นายศิว์วิศว์ อนันตกุล นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แป้งและที่เกี่ยวข้องผลิตภัณฑ์อาหาร เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ทิศทางผลงานไตรมาส 2/2569 บริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางจากทั้งราคาน้ำมันและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทได้เตรียมการรับมือที่รวดเร็วโดยการล็อกราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ไว้ล่วงหน้าแล้วเกือบ 1 ปี ตั้งแต่ช่วงที่ราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผลกระทบในไตรมาส 2/2569 อยู่ในวงจำกัด
*ลดต้นทุน-คุมค่าใช้จ่าย
นอกจากการล็อกราคาแล้วบริษัทยังมีการหาแหล่งจัดซื้อบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ราคาถูกลง โดยมุ่งเน้นการจัดซื้อจากจีน รวมถึงมุ่งเน้นการลดต้นทุนการดำเนินงานในโรงงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งต้นทุนในโรงงานและค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายกำไรปี 2569 ที่ตั้งไว้ 200 ล้านบาท ตามแผน JUMP+ ซึ่งไตรมาส 1/2569 ไปแล้ว 121 ล้านบาท
ทั้งนี้แม้จะมีต้นทุนบางส่วนเพิ่มขึ้น แต่ในกลุ่มสินค้าอาหาร (Food) บริษัทเลือกที่จะยังไม่ปรับขึ้นราคา เพื่อรักษาฐานลูกค้าและป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้สินค้าทดแทน ในขณะที่สินค้ากลุ่มธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) มีการปรับราคาขึ้น 10-15% สำหรับลูกค้าต่างประเทศในรูปแบบ B2B เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยเน้นไปที่การเพิ่มสัดส่วนในตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่พร้อมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับคุณภาพ
*เปิดตัวโรงงานในจีน
ขณะเดียวกันบริษัทกำลังจะเปิดตัวโรงงานในจีนโครงการ China 2.0 ช่วงไตรมาส 2/2569 เพื่อผลิตสินค้ากลุ่ม Premix โดยเป็นเอาแป้ง HVA มาผสมกับแป้งชนิดอื่นๆ เพื่อได้แป้งสำเร็จรูปพร้อมใช้งานในร้านขนมดังของจีน เช่น ร้านยามาซากิ ร้านมิสเตอร์บัน และมีโอกาสที่จะขยายไปยังตลาดอื่นๆ อีก โดยคาดว่าเริ่มสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งโรงงานมีกำลังการผลิต 10,000 ตันต่อปี แต่ในช่วงแรกคาดว่าจะมีกำลังผลิต 1,000 ตันต่อปี และจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 20-50%
อย่างไรก็ดีบริษัทมองว่ากระแสฟุตบอลโลกอาจส่งผลดีในทางอ้อมต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) เนื่องจากมีความต้องการอาหารที่สะดวกและรวดเร็ว หรือเพิ่มความสะดวกสบายในการหาของกินช่วงดึก โดยปัจจุบันบริษัทยังไม่มีการทำแคมเปญเกี่ยวกับฟุตบอลโลก แต่บริษัทมองว่ากระแสฟุตบอลโลกมีความน่าสนใจและอาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดทำแคมเปญในอนาคต
นอกจากนี้ยังได้ออกสินค้าใหม่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ในกลุ่มธุรกิจอาหารเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างการเติบโต ล่าสุดได้เปิดตัวเส้นแก้วชนิดนุ่มและเส้นหมี่ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกพริกคั่ว โดยเน้นวางขายในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสมัยใหม่เป็นหลัก เนื่องจากช่วยสร้างปริมาณยอดขายให้ได้ในระดับสูง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
