‘ทิสโก้’ชี้ SETจ่อพุ่ง10% รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้าครึ่งหลัง

#ทิสโก้ #ทันหุ้น - บล.ทิสโก้ คาดดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีหลังพุ่ง 10% (ไม่รวมDELTA) เชื่อฟันด์โฟลว์แห่ไหลเข้า เหตุ ราคาถูก-ปันผลสูง ชูกลุ่มแบงก์-สื่อสารเด่น “บลจ.ทิสโก้” มองเศรษฐกิจโลกผันผวน แนะกระจายลงทุน มอง AI-Robotics น่าสนใจ
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และในฐานะประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า คาดแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยในครึ่งหลังปี 2569 ยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยบวกจากกระแสเงินทุนจากต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์) ที่คาดว่าจะไหลเข้ามาลงทุนในตลาดเกิดใหม่ หลังสงครามตะวันออกกลางยุติ ประกอบกับไทยหุ้นหลายตัวมีราคาซื้อขายอยู่ในระดับต่ำกว่าพื้นฐานค่อนข้างมาก
@ครึ่งหลังหุ้นไทยขึ้น 10%
ทั้งนี้หากประเมินดัชนีหุ้นไทยในปัจจุบัน (กรณีไม่รวมหุ้น DELTA ในการคำนวณ) นั้นดัชนี SET จะอยู่ที่ราว 1,400 จุด (อิง P/E เฉลี่ยราว 12 เท่า) ซึ่งจากทิศทางโฟลว์ที่จะเข้ามาต่อเนื่องในช่วงที่เหลือปี 2569 ประกอบกับภาครัฐมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องได้ตามที่วางไว้ รวมทั้งสถานการณ์ในต่างประเทศคลี่คลาย ซึ่งจากปัจจัยเหล่านี้น่าจะช่วยสนับสนุนให้ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% จากปัจจุบัน หรือมีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 1,540 - 1,600 จุด (แม้ไม่มี DELTA คำนวณในดัชนี)
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำลงทุนในหุ้นที่มีปันผลโดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) และกลุ่มสื่อสาร โดยกลุ่มแบงก์แม้การปล่อยสินเชื่อในช่วงที่เหลือปีนี้อาจจะไม่สูงนัก ตามภาพรวมเศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงทำให้มีกระแสเงินสดเหลือค่อนข้างมาก ขณะที่กลุ่มสื่อสาร ฝ่ายวิเคราะห์มองได้ผ่านช่วงการลงทุนขนาดใหญ่ไปแล้ว จึงน่าจะได้เห็นการนำเงินสดส่วนเกินมาจ่ายให้กับทางผู้ถือหุ้นได้มากขึ้น
กำไรบจ.โต
ส่วนเศรษฐกิจไทยยังเติบโตในอัตราต่ำกว่าศักยภาพ และมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า 2% ในปีนี้และปีหน้า แต่จากการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่คาด และอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
ด้านแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ไทยเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร พาณิชย์ และพลังงาน รวมถึงมาตรการส่งเสริมศักยภาพบริษัทจดทะเบียนผ่านโครงการ Jump+ ในระยะข้างหน้า
ด้านโครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล หรือ TISA ที่ล่าสุด FETCO ได้ตกลงร่วมกับกระทรวงการคลังในหลักการต่างๆ แล้ว อาทิ TISA จะเป็นมาตรการถาวร ไม่ใช่ชั่วคราว, สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น หุ้นไทยรายตัว กองทุนรวม ETF ต่างจากกองทุน ESG ที่ลงได้เฉพาะหุ้น ESG , ลงทุนใหม่ได้ทุกปี ตามวงเงินที่กำหนดโดยภาครัฐ ซึ่ง TISA มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนเงินออม เป็นเงินลงทุน โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ตลอดจนยังเป็นอีกปัจจัยช่วยเพิ่มสภาพคล่องระยะยาวในตลาดทุนไทยในระยะยาวต่อไป
“ตลาดหุ้นไทยยังมีศักยภาพที่จะเป็นมากกว่าสินทรัพย์หลบความผันผวน หากภาครัฐสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อ แนวทางการยกระดับเศรษฐกิจให้กลับไปเติบโตในระดับ 3-4% ได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการออกแบบมาตรการอย่าง TISA ให้สามารถดึงดูดเงินออมระยะยาวเข้าสู่ตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในส่วนรายละเอียดของ TISA จากการหารือกับทางกระทรวงการคลังถือว่าไปได้อย่างดี และน่าจะได้เห็นความชัดเจนเร็วๆ นี้” นายไพบูลย์กล่าว
@AI- Roboticsน่าสนใจ
นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลังยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะประเด็น "Policy Rate Divergence” หรือทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มแยกออกจากกันระหว่างประเทศเศรษฐกิจหลัก ซึ่ง โอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก และทำให้ความผันผวนของตลาดการเงินเพิ่มสูงขึ้น
ดังนั้นนักลงทุนจำเป็นต้องเลือกจังหวะและกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยมอง AI รอบนี้แตกต่างจากยุคฟองสบู่ดอทคอม เนื่องจากมีรายได้และกำไรที่ชัดเจนรองรับ ทำให้ยังเป็นหนึ่งในธีมการลงทุน ระยะยาวที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการกระจุกตัว และควรกระจายการลงทุนไปยังหลายส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรม Al รวมถึง Robotics ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้ยังถือเป็นโอกาสในการลงทุน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
