รีเซต

SAPPE โบรกปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เป้าใหม่ 33 บาท จากเดิม 30.00 บาท มองกำไรไตรมาส 2 ฟื้นตัวตามฤดูกาล

SAPPE โบรกปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เป้าใหม่ 33 บาท จากเดิม 30.00 บาท มองกำไรไตรมาส 2 ฟื้นตัวตามฤดูกาล
ทันหุ้น
16 มิถุนายน 2569 ( 11:21 )
7

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #SAPPE โบรกปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เป้าใหม่ 33 บาท จากเดิม 30.00 บาท มองกำไรไตรมาส 2 ฟื้นตัวตามฤดูกาล 

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำหุ้น บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ขึ้นเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 33.00 บาท จากเดิม 30.00 บาท หลังมองว่าราคาหุ้นได้สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางไปมากแล้ว ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการเริ่มฟื้นตัว และปัจจัยกดดันด้านต้นทุนมีโอกาสผ่อนคลายในช่วงครึ่งหลังของปี

ดาโอคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะอยู่ในช่วง 200-220 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาลที่ช่วยให้รายได้รวมเติบโตประมาณ 16% QoQ

แม้กำไรจะชะลอตัว YoY แต่รายได้รวมมีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากต่างประเทศยังเติบโตในเกือบทุกภูมิภาค ยกเว้นตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม ขณะที่รายได้ในประเทศเผชิญแรงกดดันจากราคามะพร้าวที่อ่อนตัวและการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่ยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในด้านความสามารถทำกำไร บริษัทคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ลดลงจากปีก่อน ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) เพิ่มขึ้นตามแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการบริโภค

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 เติบโต 15% YoY ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานของดาโอที่คาดเติบโต 3% YoY โดยหากบริษัทสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายดังกล่าว จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการผลประกอบการของฝ่ายวิจัย

สำหรับนโยบายด้านราคา บริษัทระบุว่าจะไม่เป็นผู้ริเริ่มปรับขึ้นราคาสินค้าในตลาด แต่หากต้นทุนวัตถุดิบยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเห็นการปรับราคาสินค้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ดาโอยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 791 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน ภายใต้สมมติฐานรายได้รวมเติบโต 3% โดยคาดว่ารายได้ในประเทศจะขยายตัว 4% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงสภาพอากาศที่ร้อนเร็วกว่าปกติและยาวนานขึ้น ขณะที่รายได้ต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวในทุกภูมิภาค ยกเว้นกลุ่มตะวันออกกลางและประเทศอื่นในพื้นที่สงครามที่ยังได้รับผลกระทบด้านการบริโภคและการขนส่ง

ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น ดาโอคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 44.0% จาก 44.3% ในปีก่อน จากแรงกดดันของต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่าภาวะสงครามที่เริ่มคลี่คลายจะเป็นปัจจัยบวกต่อ SAPPE ในระยะถัดไป โดยเฉพาะการปรับลดลงของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ เช่น เม็ดพลาสติก PET Resin ซึ่งคิดเป็นประมาณ 8% ของต้นทุนขาย รวมถึงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามประมาณ 6% ของรายได้รวม

ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่เริ่มฟื้นตัว ความเสี่ยงด้านสงครามที่ลดลง และโอกาสฟื้นตัวของรายได้ในตะวันออกกลาง ดาโอจึงปรับเพิ่มระดับการประเมินมูลค่าหุ้น (Re-rate) โดยอิง PER ปี 2569 ที่ 13 เท่า จากเดิม 11.5 เท่า พร้อมยกระดับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” เพื่อสะท้อนมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มธุรกิจในระยะข้างหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง