งานวิจัยยืนยัน "อดนอนทำลำไส้พัง" เมื่อสมองส่งสัญญาณผิด ไปทำลายระบบทางเดินอาหาร

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ระบุว่า
การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นปัญหาที่พบบ่อย ซึ่งเรารู้กันดีว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมองและระบบภูมิคุ้มกัน แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือผลกระทบที่มีต่อ "ลำไส้" งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Stem Cell ได้พบกลไกที่น่าสนใจว่า การอดนอนไม่ได้เพียงแค่ทำให้เรารู้สึกเพลีย แต่ยังไปกระตุ้นวงจรประสาทในสมองให้ส่งสัญญาณผิดปกติลงไปทำลายเซลล์ต้นกำเนิดในลำไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารเรื้อรังในผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ
หัวใจสำคัญของการค้นพบนี้อยู่ที่การเชื่อมโยงระหว่างสมองและลำไส้ผ่านเส้นประสาทคู่สำคัญที่เรียกว่า "เวกัส" หรือ Vagus Nerve โดยทีมวิจัยพบว่าเมื่อร่างกายมีสภาวะอดนอนเฉียบพลัน สมองส่วนที่เรียกว่า Dorsal Motor Nucleus of the Vagus (DMV) จะเกิดการตื่นตัวและทำงานหนักเกินความจำเป็น การทำงานที่มากเกินไปนี้เปรียบเสมือนการส่งคำสั่งที่รุนแรงและต่อเนื่องลงไปยังลำไส้ ทำให้เกิดการหลั่งสารสื่อประสาทชื่อว่า Acetylcholine ออกมาในปริมาณสูงมาก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิกิริยาลูกโซ่ที่นำไปสู่ความเสียหายของเนื้อเยื่อลำไส้
เมื่อสารสื่อประสาทนี้ถูกปลดปล่อยออกมาในปริมาณที่มากเกินปกติจากปลายประสาทเวกัส จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นสองทางที่ส่งผลร้ายแรงต่อสมดุลเคมีในลำไส้ ทางหนึ่งคือการเข้าไปสั่งการเซลล์พิเศษในผนังลำไส้ที่เรียกว่า Enterochromaffin cells ให้เร่งผลิตและหลั่ง "เซโรโทนิน" (Serotonin หรือ 5-hydroxytryptamine (5-HT)) ออกมาในปริมาณสูงมาก ในขณะเดียวกันก็ไปขัดขวางกลไกธรรมชาติของร่างกายในการดูดกลับเซโรโทนินส่วนเกิน ทำให้สารเคมีชนิดนี้ตกค้างและสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อลำไส้จนถึงระดับที่เป็นพิษ แม้ว่าในภาวะปกติเซโรโทนินจะทำหน้าที่เป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของลำไส้และอารมณ์ความรู้สึก แต่ในสถานการณ์นี้ ปริมาณที่มากเกินไปจะคล้ายๆกับน้ำป่าที่ไหลเข้าทำลายพื้นที่ ภาวะเซโรโทนินล้นเกินจะพุ่งเป้าไปที่ตัวรับสัญญาณจำเพาะบนผิวของสเต็มเซลล์ลำไส้ที่ชื่อว่า HTR4 โดยตรง
การจับกันระหว่างเซโรโทนินปริมาณสูงมากๆและตัวรับ HTR4 นี้ เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ในระดับเซลล์ โดยไปจุดชนวนให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) อย่างรุนแรง ภายในเซลล์จะเต็มไปด้วยอนุมูลอิสระที่กัดกร่อนกลไกการทำงานของเซลล์ ส่งผลให้สเต็มเซลล์ซึ่งเปรียบเสมือน "โรงงานผลิตเซลล์ใหม่" ของร่างกายเกิดความเสียหาย ไม่สามารถแบ่งตัวเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ตามปกติ เกิดความผิดปกติในกระบวนการสร้างโปรตีน และอาจถึงขั้นทำให้เซลล์หยุดการทำงานหรือเสื่อมสภาพไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเนื่องจากเยื่อบุลำไส้เป็นอวัยวะที่ต้องการการผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่อยู่ตลอดเวลาเพื่อคงประสิทธิภาพในการทำงาน
เมื่อโรงงานผลิตเซลล์หยุดชะงัก ผลกระทบจึงปรากฏชัดเจนต่อโครงสร้างทางกายภาพของลำไส้ ผนังลำไส้ที่ควรจะมีความยาวและพื้นที่ผิวมากเพื่อดูดซึมสารอาหารผ่านโครงสร้างคล้ายนิ้วมือเล็กๆ ที่เรียกว่า "วิลไล" (Villi) จะเริ่มหดสั้นลงและฝ่อลีบ ทำให้ความสามารถในการดูดซึมสารอาหารลดต่ำลง ยิ่งไปกว่านั้น เซลล์ชนิดพิเศษอย่าง Paneth cells ซึ่งทำหน้าที่เหมือนทหารยามคอยปล่อยสารฆ่าเชื้อโรคและเปปไทด์ต้านจุลชีพเพื่อปกป้องลำไส้ ก็จะมีจำนวนลดลงอย่างมาก
สภาวะเช่นนี้ทำให้เกราะป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายเปราะบางลง เปิดโอกาสให้เชื้อโรคและสารพิษแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น กลไกทางชีววิทยานี้เองที่เป็นคำตอบไขข้อข้องใจว่าเหตุใดการอดนอนเพียงระยะสั้นๆ จึงสามารถส่งผลกระทบที่รุนแรงและยาวนานต่อสุขภาพทางเดินอาหาร และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคลำไส้แปรปรวน หรือโรคลำไส้อักเสบ ในผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับเรื้อรัง
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
แต่ความเข้าใจในกลไกที่ซับซ้อนนี้ก็นำมาซึ่งความหวังในการรักษาใหม่ๆ นักวิจัยพบว่าการตัดวงจรนี้สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยาเพื่อยับยั้งการทำงานของตัวรับสัญญาณที่ผิดปกติ หรือแม้แต่วิธีที่ง่ายกว่านั้นคือการใช้สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี ซึ่งจากการทดลองพบว่าสามารถช่วยฟื้นฟูการทำงานของสเต็มเซลล์ลำไส้ในภาวะอดนอนได้ งานวิจัยชิ้นนี้จึงไม่เพียงแต่ย้ำเตือนให้เราเห็นความสำคัญของการนอนหลับที่มีต่อสุขภาพโดยรวม แต่ยังเปิดประตูสู่วิธีการรักษาโรคทางเดินอาหารที่มีต้นเหตุมาจากความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอในอนาคตอีกด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
