วิจัยชี้ "ไข้หวัดใหญ่" เพิ่มความเสี่ยง"หัวใจวายเฉียบพลัน"สูงถึง 10 เท่า! แนะฉีดวัคซีนป้องกัน ลดอาการรุนแรง

หลายคนอาจคิดว่า "ไข้หวัดใหญ่" (Influenza) เป็นเพียงโรคทางเดินหายใจที่ทำให้ไข้สูง และปวดเมื่อยตามตัว แต่รายงานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับ (รวมถึงการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine) ชี้ให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจว่า ช่วง 7 วันแรก หลังจากตรวจพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Heart Attack) เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 10 เท่า!
ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงทำร้ายหัวใจ?
เมื่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกาย ไม่ได้มีแค่ปอดที่ทำงานหนัก แต่ระบบทั้งหมดจะเกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องดังนี้
1.การอักเสบทั่วร่างกาย (Systemic Inflammation) ร่างกายจะหลั่งสารอักเสบเพื่อสู้กับไวรัส สารเหล่านี้จะทำให้ผนังหลอดเลือดไม่คงตัว
2.คราบไขมันในเลือดแตกตัว หากผู้ป่วยมีคราบไขมัน (Plaque) เกาะในหลอดเลือดหัวใจอยู่แล้ว การอักเสบจะทำให้คราบนี้ปริแตกออก จนเกิดลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดหัวใจกะทันหัน
3.หัวใจทำงานหนักขึ้น อาการไข้และการหายใจลำบากทำให้หัวใจต้องเต้นเร็วขึ้นเพื่อส่งออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย ในขณะที่ร่างกายกำลังอ่อนแอ
ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่สุด?
คนอายุน้อยมีความเสี่ยงเช่นกัน แต่กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ
-ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
-ผู้ที่มีโรคประจำตัวเดิม เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน
-ผู้ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
สัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
-แน่นหน้าอก เหมือนมีของหนักทับ
-ปวดร้าวไปที่กะทัดรัด แขน หรือหลัง
-หายใจไม่อิ่มอย่างรุนแรง
-หน้ามืด ใจสั่น หรือเหงื่อออกมากผิดปกติ
การป้องกัน เกราะคุ้มกันหัวใจที่ดีที่สุด
ข่าวดีคือ "วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่" ไม่ได้ป้องกันแค่การเป็นหวัด แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจวายได้อีกด้วย งานวิจัยพบว่าการฉีดวัคซีนประจำปี ช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจในกลุ่มผู้สูงอายุได้อย่างมีนัยสำคัญ
ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำมูกและเสมหะ แต่มันคือการทดสอบความแข็งแกร่งของหัวใจคุณด้วย การฉีดวัคซีนป้องกัน และดูแลสุขภาพในช่วงระบาดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
